Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สหกรณ์โจทก์มีระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ พ.ศ. 2520 ข้อ 8 ว่า เหรัญญิก หรือเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์จะเก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไว้ได้ไม่เกินหนึ่งพันบาทเงินสดส่วนที่เกินให้นำส่งเข้าฝากในธนาคารที่สหกรณ์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ในกรณีจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันในเวลานั้น ๆให้ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการทราบและให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกที่เปิดทำการ เงินสดที่เก็บรักษาไว้ดังกล่าวข้างต้นให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสหกรณ์ ซึ่งจำเลยทราบระเบียบดังกล่าวดีอยู่แล้ว การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบกลับรักษาเงินสดของโจทก์ไว้เป็นจำนวนมากถึง 43,878.22 บาทโดยละเลยไม่นำส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทไปฝากธนาคารทั้งไม่ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์รับทราบและเก็บรักษาลูกกุญแจตู้นิรภัยเก็บเงินไว้ในโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างตู้นิรภัยเพียง 1 เมตร ง่ายต่อการที่คนร้ายจะค้นพบแล้วนำไปไขเปิดตู้นิรภัยนั้น พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมื่อมีคนร้ายลักลอบเข้ามางัดโต๊ะทำงานและค้นได้ลูกกุญแจนำไปไขตู้นิรภัยแล้วลักเอาเงินสดจำนวนดังกล่าวข้างต้นไป ความเสียหายย่อมเป็นผลโดยตรงจากการประมาทเลินเล่อของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เงินของโจทก์จำนวน 43,878.22 บาท ที่อยู่ในความดูแลรักษาของจำเลยหายไป ขอให้จำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเก็บรักษากุญแจตู้นิรภัยเก็บเงินโดยใช้ความระมัดระวังอย่างดีแล้ว การที่เงินของโจทก์หายเนื่องจากถูกโจรกรรมจึงไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยเก็บเงินเกิน 1,000 บาท ไว้ในตู้นิรภัยแม้ไม่ถูกระเบียบ ก็ไม่เป็นการประมาทเลินเล่อ แต่การที่จำเลยเก็บซ่อนลูกกุญแจตู้นิรภัยไว้ในโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ใกล้ตู้นิรภัยเป็นการประมาทเลินเล่อ พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน43,878.22 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าการที่จำเลยเก็บเงินไว้เกิน 1,000 บาทเพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ ถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อ โจทก์มิได้แก้อุทธรณ์ขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยตอนนี้เป็นการประมาทเลินเล่อและให้จำเลยรับผิดจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์ได้แก้อุทธรณ์ไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า การที่จำเลยเก็บเงินสด 43,878.22 บาทโดยไม่ได้นำฝากธนาคารไว้ ไม่รายงานแก่ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ กับทั้งเก็บลูกกุญแจปิดเปิดไว้ในโต๊ะทำงานเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการไม่ปฏิบัติตามระเบียบการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ และเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการเก็บรักษากุญแจตู้

กรณีจึงมิใช่เป็นไปดังที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มิได้แก้อุทธรณ์ในประเด็นเกี่ยวกับการเก็บเงินเกินกว่า 1,000 บาท ไว้โดยฝ่าฝืนระเบียบการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ เมื่อโจทก์แก้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้ในชั้นอุทธรณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยในประเด็นนี้ได้ด้วยแม้ในคำแก้อุทธรณ์ของโจทก์จะลงท้ายว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบแล้วก็น่าจะหมายความเฉพาะส่วนที่พิพากษาให้จำเลยรับผิด ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาพอสรุปได้ว่า ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่จำเลยเก็บลูกกุญแจไว้ในโต๊ะทำงานเป็นความประมาทเลินเล่อหรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบ

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่าการกระทำของจำเลยที่เก็บเงินไว้โดยฝ่าฝืนระเบียบเป็นความประมาทเลินเล่อเสียแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยการกระทำของจำเลยประการอื่นว่าประมาทเลินเล่อหรือไม่อีก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกันที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยฝ่าฝืนระเบียบก็ดี หรือเก็บลูกกุญแจไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็ดี ยังไม่เป็นการประมาทเลินเล่อและไม่เป็นการละเมิดนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย การพิจารณาวินิจฉัยในปัญหานี้จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยเป็นเหรัญญิกมีหน้าที่เก็บรักษาเงินของโจทก์ โจทก์มีระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ พ.ศ. 2520 ข้อ 8 ว่า

"เหรัญญิกหรือเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์จะเก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไว้ได้ไม่เกินหนึ่งพันบาท เงินสดส่วนที่เกินให้นำส่งเข้าฝากในธนาคารที่สหกรณ์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ในกรณีจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันในเวลานั้น ๆ ให้ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการทราบและให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกที่เปิดทำการเงินสดที่เก็บรักษาไว้ดังกล่าวข้างต้นให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสหกรณ์ (ในระหว่างที่สหกรณ์ยังไม่มีตู้นิรภัยให้ประธานกรรมการนำฝากไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ) เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2525จำเลยได้เก็บเงินสดจำนวน 43,878.22 บาท ของโจทก์ไว้โดยไม่นำเข้าฝากธนาคารที่โจทก์เปิดบัญชี จำเลยได้นำเงินเข้าเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการโดยไม่ได้ทำบันทึกเสนอเพื่อขออนุมัติต่อประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์ ต่อมามีคนร้ายงัดโต๊ะที่จำเลยเก็บลูกกุญแจตู้นิรภัยไว้แล้วนำลูกกุญแจไปไขตู้นิรภัยเอาเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ไป

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทราบระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของโจทก์ดีอยู่แล้วว่าห้ามมิให้เหรัญญิก หรือเจ้าหน้าที่การเงินของโจทก์เก็บรักษาเงินสดไว้เกินจำนวนหนึ่งพันบาท เงินส่วนที่เกินให้ฝากธนาคารที่โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันตามเวลา ให้ทำบันทึกเสนอประธานหรือรองประธานกรรมการโจทก์ทราบและให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกเปิดทำการแต่จำเลยก็ไม่ยอมปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว กลับเก็บรักษาเงินสดของโจทก์ไว้เป็นจำนวนมากถึง 43,878.22 บาท โดยละเลยไม่ยอมนำส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทไปฝากธนาคาร ทั้งไม่ทำบันทึกเสนอให้ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์รับทราบอีกด้วยส่วนลูกกุญแจตู้นิรภัยเก็บเงินจำเลยก็ไม่ได้เก็บรักษาตามระเบียบแต่กลับนำไปเก็บในโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างตู้นิรภัยเพียงประมาณ1 เมตร

ง่ายต่อการที่คนร้ายจะค้นหาพบแล้วนำไปไขเปิดตู้นิรภัยพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมื่อมีคนร้ายลักลอบเข้ามางัดโต๊ะทำงานและค้นได้ลูกกุญแจนำไปไขตู้นิรภัยแล้วลักเอาเงินสดจำนวนดังกล่าวไปย่อมเป็นผลโดยตรงจากการประมาทเลินเล่อของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยอ้างมาเป็นกรณีที่ยังไม่มีระเบียบการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน ข้อเท็จจริงจึงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้