Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2155/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าสินไหมทดแทนฐาน ขับรถยนต์ โดย ประมาทเป็นเหตุให้สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย แต่ ปรากฏ ว่าโจทก์ได้ ฟ้อง จำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อ ชีวิต และพ.ร.บ. จราจรทางบกฯศาลส่วนอาญาพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุด ดังนี้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลจำต้องถือ ข้อเท็จจริงตาม ที่ ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาว่าจำเลยไม่ได้ขับรถยนต์ โดย ประมาท.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2527 จำเลยที่ 1ได้ขับรถตู้สีขาวชนรถของสามีโจทก์ เป็นเหตุให้สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์ต้องเสียค่าซ่อมรถเก๋งคันเกิดเหตุ 110,000 บาทระหว่างนำรถไปซ่อมต้องเช่ารถอื่นใช้ประโยชน์แทนจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 18,000 บาท นายเสน่ห์มีมารดาซึ่งตามองไม่เห็นทั้งสองข้างต้องอุปการะหนึ่งคนบุตรอีก 3 คน คนแรกอายุ 15 ปี คนที่สองอายุ13 ปี และคนที่สามอายุ 7 ปี ทุกคนกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย การที่นายเสน่ห์เสียชีวิตทำให้บุตรทั้งสามขาดไร้อุปการะ โจทก์ขอคิดค่าเลี้ยงชีพบุตรเป็นเวลา 10 ปี ปีละ10,000 บาท ต่อคน

รวมเป็นเงิน 300,000 บาท ค่าอุปกรณ์การศึกษาเป็นเวลา 10 ปี ปีละ 10,000 บาท ต่อคน เป็นเงิน 300,000 บาทค่าไร้อุปการะสำหรับนางดวง ธรรมวรรณ มารดาเป็นเวลา 10 ปี ปีละ10,000 บาท เป็นเงิน 100,000 บาท นอกจากนั้นโจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพนายเสน่ห์อีก 60,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 888,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะรถยนต์ไม่ใช่ของสามีโจทก์และไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนบุตรผู้เยาว์และมารดาของผู้ตายในนามของตนเอง จำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนประมาทค่าเสียหายสูงเกินความจริงศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เป็นเงิน 856,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ขับขี่รถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์คันที่นายเสน่ห์สามีโจทก์ขับขี่เป็นเหตุให้นายเสน่ห์ถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำโดยประมาทของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวคดีที่โจทก์ฟ้องจึงเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" การกระทำของจำเลยที่ 1 ตามที่ปรากฏในคดีนี้นั้นโจทก์ได้ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อชีวิตและความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 513/2528 ของศาลจังหวัดเชียงราย (เอกสารหมาย

ล.7) และคดีอาญานั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ตามสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เอกสารท้ายคำฟ้องฎีกา คำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว (ชั้นอุทธรณ์) เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2530 ตามใบสำคัญแสดงว่าคำพิพากษาถึงที่สุด คำแก้ฎีกาของโจทก์มิได้โต้แย้งว่าเอกสารท้ายฎีกาไม่ถูกต้องข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น ถึงที่สุดแล้วคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวนั้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขับขี่รถยนต์โดยประมาทดังนั้น ในคดีนี้ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาดังกล่าวจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ยุติในคดีอาญาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ขับขี่รถยนต์โดยประมาทตามบทกฎหมายที่ได้กล่าวข้างต้น เมื่อจำเลยที่ 1 มิได้ประมาท จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามที่โจทก์ฟ้อง..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710897)

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้