Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีบุตรถูกทำละเมิดถึงตาย บิดาย่อมมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่าขาดไร้อุปการะได้ ทั้งนี้มิพักต้องคำนึงถึงฐานะทางการเงินว่าเป็นอยู่อย่างไรและได้รับอุปการะอยู่ขณะบุตรตายหรือไม่ เพราะค่าสินไหมทดแทนส่วนนี้หมายรวมถึงการสูญสิ้นซึ่งความคาดหวังในอุปการะจากบุตรหากตนมีอันต้องยากไร้ลงในเวลาภายหน้าด้วย ฉะนั้นจะนำหลักเกณฑ์การเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างผู้มีความสัมพันธ์ทางครอบครัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มาใช้มิได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาของนายเถกิงพงษ์ พงษ์สาระนันทกุลจำเลยเป็นผู้ประกอบกิจการเดินรถบรรทุก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2507นายสุเทพลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน ส.พ.00817ในกิจการของจำเลยจากชัยนาทไปตาคลี เมื่อขับมาถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 11 และ 12 ได้ชนกับรถจิ๊ป ก.ท.ป.6946 ซึ่งนายณรงค์อรุณฉาย ขับสวนมา เป็นเหตุให้นายเถกิงพงษ์ซึ่งนั่งมาในรถจิ๊ปถึงแก่ความตายทันที ทั้งนี้เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของนายสุเทพโจทก์ได้รับความเสียหายคือค่าใช้จ่ายในการทำบุญและค่าฌาปนกิจศพนายเถกิงพงษ์ 7,100 บาท ค่าใช้จ่ายในการไปสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองชัยนาท 2,000 บาท ค่าขาดอุปการะจากนายเถกิงพงษ์ซึ่งเคยอุปการะโจทก์เดือนละ 200 บาท

ขอคิดเพียง 10 ปี เป็นเงิน24,000 บาท รวม 3 รายการเป็นเงิน 33,100 บาท ขอให้จำเลยใช้เงิน 33,100 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์จำเลยให้การว่า นายณรงค์ อรุณฉาย ผู้ขับรถจิ๊ปเป็นฝ่ายประมาทคือขับรถเร็วและดื่มสุราจนไม่สามารถครองสติได้ ขับรถส่ายไปมาและเข้าชนรถบรรทุกเอง ไม่ใช่เป็นความผิดหรือความประมาทของนายสุเทพ นายสุเทพไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย ไม่มีความผูกพันกันในฐานะนายจ้างลูกจ้าง ค่าใช้จ่ายในการทำบุญและฌาปนกิจศพนายเถกิงพงษ์สูงเกินกว่าฐานะของผู้ตาย หากใช้จ่ายไปจริงก็ไม่เกิน 1,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการไปสถานีตำรวจ ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนว่าจำเลยจะต้องรับผิด โจทก์จะได้จ่ายไปจริงหรือไม่จำเลยไม่รับรอง ค่าขาดอุปการะ

จำเลยก็ไม่ต้องรับผิด เนื่องจากผู้ตายไม่มีรายได้อะไรขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ยังมีรายได้และมีผู้อุปการะอีกหลายทางศาลแพ่งฟังว่าเหตุที่รถเกิดชนกันขึ้นครั้งนี้เป็นเพราะความประมาทของนายสุเทพซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยและได้กระทำไปตามทางการที่จ้าง จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ เรื่องค่าเสียหายปรากฏว่านายเถกิงพงษ์ผู้ตายกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 แผนกบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันเป็นปีสุดท้ายที่จะได้รับปริญญาตรี ผู้ตายทำงานอยู่บริษัทอุตสาหกรรมไฟฟ้าไทย จำกัด จังหวัดพระนคร ได้เงินเดือน ๆ ละ 450 บาท ฉะนั้น ที่โจทก์เรียกร้องค่าใช้จ่ายในการทำบุญและฌาปนกิจเพียง 7,100 บาท เป็นการสมควรแก่ฐานะของผู้ตายแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายในการไปสถานีตำรวจของฝ่ายโจทก์เกี่ยวแก่คดี ซึ่งได้ใช้จ่ายไปรวม 2,000 บาท

ก็เห็นว่าพอสมควรเช่นเดียวกัน จำเลยต้องรับผิดจะปฏิเสธเสียโดยอ้างว่าเป็นความสมัครใจของโจทก์หาได้ไม่ เพราะถ้าไม่เกิดการละเมิดขึ้น โจทก์ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายนี้ สำหรับค่าขาดอุปการะที่โจทก์เรียกร้องเพียงเดือนละ 200 บาท และคิดเพียง 10 ปี เป็นเงิน 24,000 บาท ในฐานะที่ผู้ตายเป็นบุตรชายของโจทก์ ถ้าไม่ตายเสียเพราะความประมาทเลินเล่อของฝ่ายจำเลยแล้ว ก็จะมีอนาคตอันไกลอยู่ที่โจทก์เรียกร้องเพียงเท่านี้ก็เป็นจำนวนน้อยอยู่แล้ว จำเลยจะปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่ พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 33,100 บาทให้โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงในข้อประมาทเลินเล่อตามศาลชั้นต้นส่วนค่าเสียหายเฉพาะค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายไปสถานีตำรวจเห็นสมควรให้เพียงจำนวน 2,083 บาท และ 500 บาทตามลำดับ

สำหรับค่าขาดไร้อุปการะจำนวน 24,000 บาทนั้น ปรากฏว่าผู้ตายได้เงินเดือน ๆ ละ 450 บาท ได้ส่งมาให้บิดาเพียงเดือนแรก 200 บาทก็มาถึงแก่กรรม ต้องฟังว่าผู้ตายได้อุปการะบิดาผู้เป็นโจทก์ เมื่อผู้ตายมาถึงแก่กรรมไป บิดาก็ควรได้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 24,000 บาทตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มีฐานะดีถือว่ายังไม่ขาดไร้อุปการะนั้นจำเลยตีความหมายคลาดเคลื่อนไป การขาดอุปการะกับการยากไร้ไม่เหมือนกัน แม้โจทก์จะมีฐานะดี เมื่อบุตรส่งเงินให้บิดามารดาจะเป็นรายเดือนก็ดี รายปีก็ดี นับว่าบุตรอุปการะบิดามารดาของตนไม่จำเป็นต้องบิดามารดายากจนจึงถือว่าอุปการะ

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะให้จำเลยใช้ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นเงิน 2,083 บาท ค่าใช้จ่ายไปสถานีตำรวจ 500 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาเฉพาะในข้อค่าขาดไร้อุปการะข้อเดียว ว่าโจทก์เป็นผู้มีฐานะดีสามารถเลี้ยงตนเองได้ ประกอบกับมีบุตรอีกหลายคนไม่ถือว่าโจทก์ขาดไร้อุปการะและตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594 ผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูต้องเป็นผู้ไร้ทรัพย์สินและไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1393/2495ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา 1594 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นเรื่องเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างผู้มีสิทธิได้รับกับผู้มีหน้าที่ต้องจ่ายเช่นระหว่างภรรยากับสามี หรือระหว่างบุตรกับบิดามารดา กฎหมายจึงบัญญัติว่าผู้มีสิทธิเรียกร้องต้องเป็นผู้ไร้ทรัพย์สินและมิสามารถเลี้ยงตนเองได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 1393/2495 ที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้าง ก็เป็นเรื่องที่มารดาในฐานะผู้ปกครองบุตรผู้เยาว์เรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดา จึงจะนำมาเป็นบรรทัดฐานมิได้เพราะคดีนี้เป็นเรื่องละเมิด ฝ่ายโจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของผู้ทำละเมิดอันเป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย โดยอาศัยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรค 3 มิใช่เป็นการเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยตรง กฎหมายมาตรานี้บัญญัติว่า ถ้าเหตุที่ตายนั้นทำให้บุคคลใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย บุคคลนั้นชอบจะได้รับค่าสินไหมทดแทน จะเห็นได้ชัดว่า การเรียกร้องนี้เป็นการเรียกค่าสินไหมทดแทนต่างหาก เมื่อบุตรมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู บิดามารดาตามกฎหมาย การที่บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย ถือได้ว่าโจทก์ต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ โดยมิต้องคำนึงว่าโจทก์ผู้เป็นบิดาจะมีฐานะยากดีมีจนอย่างไร และบุตรผู้ตายจะได้อุปการะโจทก์อยู่ก่อนถึงแก่กรรมหรือไม่ เพราะโจทก์อาจกลายเป็นผู้ยากไร้ลงในเวลาภายหน้าก็ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี · วินัย ทองลงยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้