Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อุทธรณ์แต่เพียงขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 4 ด้วยโดยมิได้ขอให้ได้รับชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยเต็มตามที่ขอท้ายฟ้อง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกขึ้นวินิจฉัยว่าค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดมานั้นเหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นั้นไม่ชอบ และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ด้วย จึงไม่ชอบ ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) และกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงเห็นควรพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 และที่ 4 ที่มิได้ฎีกาด้วยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1) ประกอบ มาตรา 247

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3ท-3354 เชียงใหม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถชื่อว่า วัวลายเซอร์วิส โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์มอบหมายให้นางสาวแสงเรือน นำรถยนต์คันดังกล่าวไปซ่อมที่อู่วัวลายเซอร์วิส ต่อมาปรากฏว่ารถยนต์ของโจทก์สูญหายไปเนื่องจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของโจทก์ไปแล้วมิได้นำรถยนต์คันดังกล่าวกลับมาอีก โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสี่ส่งมอบรถยนต์คันดังกล่าวคืน แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า

หมายเลขทะเบียน 3ท-3354 เชียงใหม่ คืนแก่โจทก์ หากส่งมอบคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 154,008 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 มิได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 204 ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และเคยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นบุตรชายใช้เป็นสถานที่ประกอบธุรกิจเคาะพ่นสีรถยนต์ แต่เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2542 จำเลยที่ 4 ป่วยไม่สามารถประกอบธุรกิจดังกล่าวได้จึงปิดกิจการลง

มีนายแสงเทียนหรือแดง ช่างเคาะพ่นสีขอเช่าสถานที่ตลอดจนเครื่องมือเคาะพ่นสีของจำเลยที่ 4 เพื่อประกอบกิจการต่อจากจำเลยที่ 4 โจทก์มอบอำนาจให้นางสาวแสงเรือนนำรถยนต์คันพิพาทมาซ่อมกับนายแสงเทียนโดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่เคยรับรู้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของนายแสงเทียนแอบขับรถยนต์คันพิพาทของโจทก์หนีไป จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไม่เคยพบหรือพูดคุยกับโจทก์และนางสาวแสงเรือนเกี่ยวกับรถยนต์คันพิพาทไม่ว่าก่อนหรือหลังเกิดเหตุ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรม

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยที่ 2 และที่ 3 เข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันส่งมอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3ท-3354 เชียงใหม่ คืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 125,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันเหรือแทนกันส่งมอบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3ท-3354 เชียงใหม่ คืนให้แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 125,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้น ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชำระต่อศาลในนามโจทก์และให้ร่วมกันใช่ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 3,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ว่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเพียงใดนั้น โจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและจำเลยที่ 3 มิได้แก้อุทธรณ์ ประเด็นข้อนี้จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่าค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้เหมาะสมแล้ว จึงเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากที่คู่ความอุทธรณ์อันเป็นการไม่ชอบ จึงถือว่าเรื่องค่าเสียหายเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในชั้นอุทธรณ์ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 3 จึงเป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

อนึ่ง คดีนี้โจทก์อุทธรณ์แต่เพียงให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดด้วยโดยมิได้ขอให้ได้รับชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยเต็มตามที่ขอท้ายฟ้องแต่อย่างใด การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกขึ้นวินิจฉัยว่า ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดมานั้นเหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นไม่กำหนดดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นั้นไม่ชอบ และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ด้วย จึงไม่ชอบ ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และกรณีเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงเห็นควรพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 และที่ 4 ที่มิได้ฎีกาด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 247"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ไม่ต้องร่วมกันรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลียว พลวิเศษ · พิทักษ์ คงจันทร์ · ตรีวุฒิ สาขากร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้