Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2144/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การตกลงประนีประนอมยอมความต่อศาลเป็นสิทธิของคู่ความที่จะทำได้และย่อมมีผลผูกพันคู่ความที่ได้ตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น แต่จะนำมาอ้างหรือใช้ยันบุคคลภายนอกได้ก็แต่เฉพาะการประนีประนอมยอมความในมูลหนี้อันแท้จริงเท่านั้น เมื่อผู้ร้องนำสืบไม่ได้ว่า หนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมีมูลหนี้อันแท้จริง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอ้างคำพิพากษาตามยอมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมายื่นคำขอเฉลี่ยหนี้โจทก์คดีนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน65,205 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ต่อมานางอำนวย เวชชประสิทธิ์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1022/2532 ของศาลชั้นต้น ไม่อาจบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยได้ เนื่องจากจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยโดยไม่มีหนี้สินกันจริง แต่สมคบกันทำสัญญากู้ แล้วรีบยอมความกันหลังจากโจทก์ยึดทรัพย์จำเลย

ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว ไม่เชื่อว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้คำพิพากษาของจำเลยโดยมิใช่หนี้สมยอมกัน จึงมีคำสั่งยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิยื่นคำขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด ทรัพย์ของจำเลยเพื่อชำระหนี้ผู้ร้องหรือไม่ หนี้ตามพิพากษาที่ผู้ร้องนำมาเป็นมูลยื่นคำขอนี้ ผู้ร้องนำสืบว่าเป็นเงินกู้ที่จำเลยกู้จากผู้ร้องแล้วไม่ชำระ ผู้ร้องจึงยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลคดีถึงที่สุด โดยจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ยอมชำระหนี้โจทก์ แล้วไม่ชำระศาลฎีกาเห็นว่า การตกลงประนีประนอมยอมความต่อศาลเป็นสิทธิของคู่ความที่จะทำได้และย่อมมีผลผูกพันคู่ความที่ได้ตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น แต่จะนำมาอ้างหรือใช้ยันบุคคลภายนอกได้ก็แต่เฉพาะการประนีประนอมยอมความในมูลหนี้อันแท้จริงเท่านั้น

สำหรับกรณีของผู้ร้องนี้จำนวนหนี้ที่กู้ยืมมีจำนวนถึง 40,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนมากพอสมควร แต่ผู้ร้องยอมให้จำเลยกู้ยืมไปโดยง่าย ๆ ไม่มีหลักประกันแต่อย่างใดและให้กำหนดเวลาชำระหนี้นานถึง 5 ปี การที่จำเลยกู้เงินผู้ร้องดังกล่าว จำเลยจะต้องมีเหตุผลและความจำเป็นในการกู้ แต่ความปรากฏตามหลักฐานในสำนวนว่าเวลาที่จำเลยกู้เงินผู้ร้องนั้น จำเลยอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นโดยภรรยาของจำเลยถึงแก่กรรมไปแล้ว บุตรของจำเลยก็มีอาชีพทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานครทั้งหมด จำเลยจึงไม่น่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงินผู้ร้องแต่ประการใดผู้ร้องอ้างว่าจำเลยกู้เงินไปซื้อไร่ที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ผู้ร้องก็มิได้นำสืบต่อไปให้ได้ความว่ามีการซื้อไร่จริงหรือไม่ หรือจำเลยได้นำเงินที่กู้ไปใช้ในทางใดบ้าง

การกู้ยืมที่ผู้ร้องอ้างว่ามีหนังสือสัญญากู้เป็นหลักฐาน แต่ผู้ร้องหาได้นำพยานในสัญญากู้นั้นมาเบิกความเป็นพยานด้วยไม่ การนำสืบของผู้ร้องจึงมีข้อพิรุธไม่น่าเชื่อว่ามีการกู้ยืมกันจริง ผู้ร้องนำสืบไม่ได้ว่าหนี้ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมีมูลหนี้อันแท้จริง น่าเชื่อว่าผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันสร้างหลักฐานขึ้น ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิอ้างคำพิพากษาตามยอมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้โจทก์คดีนี้ได้ ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งพิพากษาชอบแล้วฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้