Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าหนี้รู้อยู่แล้วว่า ลูกหนี้มีหนี้สินพ้นตัวและไม่มีเงินพอที่จะชำระหนี้ แต่เจ้าหนี้ยังเสี่ยงให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินเพิ่มและยอมรับเช็คของลูกหนี้ไว้ หนี้ที่เจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วเช่นนี้ เป็นกรณีที่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 94(2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้มูลกรณีสืบเนื่องมาจากนายวิโรจน์ รุ่งกระจ่างกับพวกรวม 5 คน เป็นโจทก์ฟ้องนางสมปอง แสงไพรวรรณ เป็นจำเลย ขอให้ล้มละลาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2530นางหวานใจ แก้วมาก เจ้าหนี้รายที่ 14 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามเช็ค 36 ฉบับ เป็นเงิน 2,268,640 บาท และดอกเบี้ยจำนวน 14,937.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,283,577.50 บาทจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้ว เจ้าหนี้รายที่ 26 ถึง 30 โดยนายจรินทร์บุญเกิด ผู้รับมอบอำนาจโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ว่า มูลหนี้ของเจ้าหนี้ไม่เป็นความจริง หากแต่เป็นหนี้อันเกิดจากเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นทั้งที่รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และหรือเป็นหนี้สมยอมที่เกิดจากเจตนาลวงโดยสมรู้ร่วมคิดกันเพื่อฉ้อโกงเจ้าหนี้รายอื่น และหรือเป็นหนี้ที่จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้

ขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นควรให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามเช็คและดอกเบี้ยเป็นเงินรวม 63,399.16 บาทจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 130(8) คำขอนอกจากนี้เห็นควรให้ยกเสีย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เจ้าหนี้ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามเช็คเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.36พร้อมด้วยดอกเบี้ยดังที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้หรือไม่ข้อเท็จจริงได้ความตามคำให้การของเจ้าหนี้เองว่า เจ้าหนี้รู้จักกับลูกหนี้มาร่วม 10 ปี ตั้งแต่สามีของเจ้าหนี้ยังไม่ถึงแก่กรรม สามีของเจ้าหนี้เคยให้สามีของลูกหนี้กู้ยืมเงินครั้งละนับแสนบาท เจ้าหนี้มีฐานะทางการเงินดี โดยรับราชการเป็นครู ตำแหน่งอาจารย์ 2 ระดับ 6 เงินเดือน 8,050 บาท กับมีรายได้จากค่าเช่าบ้าน และการรับเหมาก่อสร้างอีกอย่างละประมาณ30,000 บาท ต่อเดือน เมื่อสามีของเจ้าหนี้ถึงแก่กรรมแล้ว ลูกหนี้ได้กู้ยืมเงินเจ้าหนี้ไปหลายครั้ง แต่ละครั้งออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน

มอบให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้ ในระยะหลังก่อนถึงกำหนดใช้เงินตามเช็ค ลูกหนี้จะมาขอผัดผ่อนยังไม่ให้นำเช็คไปขึ้นเงินจนกระทั่งเจ้าหนี้มีเช็คของลูกหนี้อยู่ในมือถึง 36 ฉบับดังปรากฏตามเช็คเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.36 คำให้การของเจ้าหนี้ดังกล่าวมีลักษณะตรงไปตรงมา และสอดคล้องกับร่องรอยหลักฐานที่ปรากฏในเช็คที่อ้างถึง กล่าวคือ ในบรรดาเช็คเหล่านี้มีอยู่หลายฉบับที่มีรอยขีดฆ่าแก้ไขวันที่เลื่อนกำหนดวันใช้เงินออกไป โดยมีลายมือชื่อลูกหนี้ลงกำกับไว้ คำให้การของเจ้าหนี้ดังกล่าวมาจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อว่า เจ้าหนี้และลูกหนี้รู้จักชอบพอกันเป็นอย่างดีและลูกหนี้ได้ออกเช็คชำระหนี้แก่เจ้าหนี้กับได้ผัดผ่อนการชำระหนี้ตามเช็คจริง แต่สำหรับเช็คเอกสารหมาย

จ.3 ถึง จ.36 ซึ่งลงวันที่20 พฤศจิกายน 2529 จนถึงวันที่ 25 เมษายน 2530 นั้น จะเป็นเช็คซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้ออกให้เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วหรือไม่นั้น ได้ความตามคำให้การของเจ้าหนี้ว่าเช็คเหล่านี้ล้วนแต่ลงวันที่ล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 เดือนทั้งสิ้น ระยะเวลาที่ลูกหนี้เขียนเช็คมอบให้เจ้าหนี้จึงอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม 2529 ถึง มีนาคม 2530 คดีนี้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2530 ช่วงเวลาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2529 ถึง มีนาคม 2530 เป็นระยะเวลาใกล้เคียงกับวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเชื่อว่าในช่วงเวลาดังกล่าวลูกหนี้ตกอยู่ในภาวะมีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้วตามคำให้การของเจ้าหนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏต่อไปว่า

เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2529 เจ้าหนี้ได้ทราบจากลูกหนี้ว่า ลูกหนี้เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินเพราะจับปลาไม่ได้ จึงต้องขอกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เพิ่มอีกเพื่อเอาไปใช้ต่อเรือลำใหญ่กับเอาไปจ่ายให้ลูกเรือต่าง ๆ หากเจ้าหนี้ทวงถามหรือไม่ให้กู้ยืมเงินเพิ่มลูกหนี้ก็ไม่อาจออกไปจับปลาหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ได้ และในระยะนั้น เช็คฉบับหมาย จ.1 และ จ.2 ซึ่งถึงกำหนดใช้เงินก่อนฉบับอื่น ๆ และนำไปเรียกเก็บเงินแล้ว ก็ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน แต่เจ้าหนี้ก็ยังให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินเพิ่มอีก โดยแต่ละครั้งที่กู้ยืมลูกหนี้ได้ออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าประมาณ1 เดือน มอบให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เชื่อต่อไปว่า ขณะที่ลูกหนี้ออกเช็คเอกสารหมาย

จ.3 ถึง จ.36มอบให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้นั้น เจ้าหนี้รู้อยู่แล้วว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและไม่มีเงินพอที่จะออกเรือไปจับปลาได้ แต่เจ้าหนี้ยังเสี่ยงให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินเพิ่มและยอมรับเช็คของลูกหนี้ไว้ อันเป็นการเสี่ยงโชคเผื่อลูกหนี้โชคดีฟื้นตัวได้เจ้าหนี้ก็อาจได้รับชำระหนี้ทั้งหมด รูปคดีไม่มีเหตุที่จะให้น่าเชื่อว่า เจ้าหนี้เพิ่งทราบถึงฐานะทางการเงินของลูกหนี้ต่อเมื่อเช็คเอกสารหมาย จ.36 อันเป็นเช็คฉบับสุดท้ายถึงกำหนดใช้เงินแล้ว เมื่อหนี้ตามเช็คเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.36 เป็นหนี้ซึ่งเจ้าหนี้ยอมให้ลูกหนี้กระทำขึ้นเมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวแล้ว เช่นนี้ จึงเป็นกรณีที่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 94(2) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเห็นชอบตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นชอบแล้ว ส่วนคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ส่วนนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2566

หนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าที่โจทก์เสียไปตามสำเนาใบแจ้งหนี้ เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โดยหาจำต้องรอให้ศาลในคดีแพ่งพิพากษากำหนดจำนวนหนี้จนคดีถึงที่สุดแล้วนำมาฟ้องคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8437/2561

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 702 วรรคสอง ผู้รับจำนองชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญมิพักต้องพิเคราะห์ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ และตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15283/2558

แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีนี้ยังคงมีผลผูกพันโจทก์และผู้คัดค้านอยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อำนาจในการจัดการกิจการและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15145/2558

เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลงตามข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้คงมีสิทธิริบบรรดาเงินค่าเช่าซื้อที่ลูกหนี้ได้ชำระไปแล้ว และกลับเข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อ โดยลูกหนี้ม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้