Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2135/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าทรัพย์ลืมกระเป๋าทิ้งไว้ที่ข้างเกียร์บนรถยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ขับขี่ , มีบุคคลอื่นมาพบและเก็บได้ถามว่ากระเป๋าของใคร ผู้โดยสารคนหนึ่งว่าเป็นของเขา ผู้เก็บได้จึงส่งกระเป๋าเงินให้จำเลยไปให้ผู้โดยสารคนนั้นเพราะมาด้วยกัน แต่จำเลยกลับเอาไว้เสียเองเช่นนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกมิใช่ลักทรัพย์เพราะเมื่อเจ้าทรัพย์ลืมกระเป๋าเงินทิ้งไว้กรณีเป็นเก็บของตก ความยึดถือครอบครองทรัพย์ย่อมตกอยู่แก่คนกระเป๋ารถ ๆ มอบทรัพย์ให้อยู่ในความยึดถือครอบครองของจำเลยอีกต่อหนึ่ง โดยจำเลยไม่ทราบว่ากระเป๋าเป็นของใคร เมื่อจำเลยเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียจึงมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 318

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตาม ก.ม.อาญา ม.๒๙๓ และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๘๗๘ บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม. อาญา ม.๒๙๓ จำคุกจำเลย ๖ เดือน และให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๘๗๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายชมภูเก็บกระเป๋าเงินรายนี้ได้ในเบื้องต้นต้องฟังว่าเป็นกรณีเก็บของตก ความยึดถือครอบครองทรัพย์ย่อมตกอยู่แก่นายชมภู ๆ กลับมอบทรัพย์นั้นให้ตกอยู่ในความยึดถือครอบครองของจำเลยอีกต่อหนึ่งโดยคิดว่าจำเลยจะเอาไปให้นายตวง การที่จำเลยรับเอากระเป๋าเงินไปจากนายชมภูจำเลยก็ไม่ทราบว่าเป็นกระเป๋าเงินของเจ้าทรัพย์ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ดังฟ้องโจทก์ หากจะมีความผิดก็เป็นความผิดฐานยักยอกซึ่งโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าควรพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้ประชุมปรึกษาคดีนี้แล้วฟังข้อเท็จจริงว่าขณะเจ้าทรัพย์ชำระเงินเป็นค่าน้ำมันรถที่โดยสารรถยนต์จำเลยมาโดยมีผู้โดยสารแต่เพียงเจ้าทรัพย์กับนายตวง ๒ คน เจ้าทรัพย์หยิบกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋าเสื้อหยิบเอาธนบัตรออกไปส่องดูที่วัดไมล์เพื่อรู้ว่าเป็นธนบัตรชนิดใด เมื่อรู้ว่าเป็นธนบัตรฉบับใบละ ๒๐ บาท และ ๑๐ บาทอย่างละ ๑ ฉบับถูกต้องก็ส่งธนบัตรให้จำเลย ส่วนกระเป๋าเงินเจ้าทรัพย์วางไว้ที่โคนขา เจ้าของทรัพย์หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าลงจากรถยนต์ไปบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถประมาณ ๑๕ วา รุ่งเช้าเจ้าทรัพย์หากระเป๋าเงินไม่พบนึกว่าคงตกอยู่บนรถยนต์ของจำเลย แต่ได้ทราบว่ารถยนต์ของจำเลยไปท่าม่วงจึงตามไปสอบถามจำเลยที่ท่าม่วง

จำเลยปฏิเสธว่าไม่เห็นเจ้าทรัพย์ว่าใครเก็บได้ขอกุญแจและทะเบียนปืนคืน ซึ่งความจริงคืนนั้นนายชมภูเก็บกระเป๋าเงินของเจ้าทรัพย์ได้ที่ข้างเกียร์บนรถยนต์ โดยใช้ไฟฉายส่องเห็นและถามว่านี้กระเป๋าของใคร นายตวงผู้โดยสารอีกคนหนึ่งว่ากระเป๋าเงินของเขานายชมภูส่งกระเป๋าเงินให้จำเลย ซึ่งขณะนั้นเดินอยู่ข้างพวงมาลัยรถยนต์ไปให้นายตวงเพราะเขามาด้วยกัน แล้วจำเลยยักยอกเอากระเป๋าเงินนั้นไว้เป็นประโยชน์เสีย ความผิดของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ดังฟ้องโจทก์ไม่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายดิเรก -
ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉั -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2007/2500

ถึงแม้ในคำบรรยายฟ้องอาญา โจทก์จะได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดแล้วก็ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(6)ก็ยังมีความประสงค์ให้โจทก์อ้างบทมาตราแห่งความผิดไว้ในท้ายฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2496

จำเลยได้สมคบกับพวกไปหลอกลวงผู้เสียหายว่า จำเลยเป็นเจ้าของเรือ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ตกลงจ้างจำเลยขนข้าวไปกรุงเทพ ฯ จำเลยบรรทุกข้าวของผู้เสียหายไปแล้ว กลับพาข้าวหนี ดังนี้ ไม่ใช่ลักทรัพย์ ฉะนั้นถ้าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2496

จำเลยเป็นคนงานของกรมทางผู้บังคับบัญชาใช้ให้จำเลยเฝ้าฟืนหลาของกรมทางไว้ไม่ให้เป็นอันตรายสูญหาย ดังนี้ ถือว่าฟืนหลานั้นไม่ได้อยู่ในความยึดถือครอบครองของจำเลย แต่อยู่กับผู้บังคับบัญชาจำเลย ฉะนั้นเมื่อจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2495

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยลักทรัพย์ระหว่างนั้น ถึงวันนั้น ซึ่งเป็นระยะเวลา 20 วันเศษ เวลาใดไม่ปรากฎชัด ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 288, 293. ดังนี้ ย่อมกินความตลอดทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งเมื่อจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2494

ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์โดยบรรยายฟ้องในตอนต้นกล่าวหาว่า จำเลยรับมอบทรัพย์แล้ยักยอกทรัพย์ แต่ตอนหลังกลับกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วอ้างบทมาตราขอให้ลงโทษทั้งความผิดฐานลักทรัพย์แลยั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้