Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง ได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่า หากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตาม ป.อ. ที่เกิดขึ้นด้วย ก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดโดยเฉพาะ ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบห้าร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 724,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 527,000 บาท นับแต่ถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 13

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 13 ออกเสียจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับในส่วนของค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ทั้งสองได้รับการยกเว้นให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 157

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ขาดอายุความแล้วหรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ทั้งสองแจ้งความให้ดำเนินคดีเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจอำเภอกบินทร์บุรีซึ่งหมายถึงจำเลยที่ 2 ถึงที่ 12 ที่ 14 เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติเรื่องอายุความในมูลละเมิดไว้ว่า "สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน" ส่วนวรรคสองได้บัญญัติในกรณีที่การละเมิดที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่า ก็ให้เอาอายุความที่ยาวกว่าใช้บังคับ ซึ่งหมายความว่าหากความเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดขึ้นมีความผิดที่มีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกิดขึ้นด้วยก็ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่า แต่ก็หมายความถึงการเรียกร้องจากผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำความผิดโดยเฉพาะ

ไม่หมายความรวมถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมกระทำความผิดด้วย คดีนี้จำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองโดยตรง แต่ต้องถูกฟ้องให้ร่วมรับผิดโดยผลของกฎหมาย จึงต้องใช้อายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หาใช่นับตั้งแต่คดีอาญาของนายอุดมถึงที่สุดดังที่โจทก์ทั้งสองฎีกาไม่ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดให้นับอายุความไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 และที่ 15 ต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ทั้งสองขาดอายุความ โจทก์ทั้งสองมีหน้าที่นำสืบว่า คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความ แต่โจทก์ทั้งสองมิได้นำสืบว่า นับจากวันที่โจทก์ทั้งสองรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนจนถึงวันฟ้องคดี

คดีของโจทก์ทั้งสองไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด กลับปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 26 และ 23 กันยายน 2540 ว่า เชื่อว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 15 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายฉัตรชัย จนถึงแก่ความตาย ทั้งฎีกาของโจทก์ทั้งสองก็ไม่ได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองที่วินิจฉัยว่า วันที่โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน คือวันที่ 24 กันยายน 2540 อันเป็นวันเกิดการละเมิดนั้นไม่ถูกต้องอย่างไรเมื่อโจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในวันที่ 2 มกราคม 2546 ข้อเท็จจริงจึงยังฟังมิได้ว่า โจทก์ทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันที่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดี ฟ้องโจทก์ทั้งสองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน และเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้วฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้ออื่นก็ไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป เฉลิมภัทรกุล · มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายเมธา ธรรมพนิชวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้