Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเป็นเอกสารที่ส่งมาจากสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย แม้จะเป็นสำเนาเอกสารก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ เพราะต้นฉบับได้ส่งไปยังศาลแพ่งและศาลแพ่งแจ้งว่าตรวจหาแล้วไม่พบ เพราะมีการปลดเผาตามระเบียบแล้ว แสดงว่าต้นฉบับหนังสือดังกล่าวเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงเพียงแต่หาต้นฉบับไม่ได้เท่านั้น ประเด็นที่ว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยทางพินัยกรรมหรือไม่นั้น ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประเด็นข้อนี้อันจะอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น แม้ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นจะได้กำหนดเป็นประเด็นพิพาทไว้ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท? กับให้พิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วยการครอบครองตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 กำหนดค่าทนายความให้จำเลยที่ 4 และที่ 6 คนละ 5,000 บาท กำหนดค่าทนายความให้จำเลยที่ 5 50,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาประการแรกว่าการจดทะเบียนไถ่ถอนที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และการจดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 นั้น มีการปลอมลายมือชื่อบิดาโจทก์หรือไม่ โจทก์คงมีตัวโจทก์แต่ผู้เดียวเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีพยานอื่นสนับสนุน? โจทก์ตรวจสอบการทำนิติกรรมการไถ่ถอนและการซื้อขายที่ดินแปลงพิพาทที่โจทก์ได้รับตามพินัยกรรมแล้ว โจทก์ไม่พบหนังสือมอบอำนาจที่บิดาโจทก์ให้จำเลยที่ 2 ไปไถ่ถอนที่ดินจากจำเลยที่ 1 คงพบแต่สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ซึ่งข้อความในเอกสารดังกล่าวเขียนด้วยลายมือของบุคคลคนเดียวกัน โจทก์ไม่เคยเห็นต้นฉบับหนังสือสัญญาขายที่ดินเลย อาศัยเพียงคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าลายมือชื่อของบิดาโจทก์ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินเป็นลายมือชื่อปลอม

ฝ่ายจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 นำสืบถึงการได้มาในที่ดินพิพาทโดยบิดาโจทก์ได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้ขายจริง เมื่อพิจารณาหนังสือสัญญาขายที่ดินซึ่งเป็นเอกสารที่ส่งมาจากสำนักที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อยแล้ว เห็นว่า แม้จะเป็นสำเนาเอกสารก็สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ เพราะต้นฉบับเอกสารได้ส่งไปยังศาลแพ่งและศาลแพ่งแจ้งว่าตรวจหาแล้วไม่พบ เพราะมีการปลดเผาทำลายตามระเบียบแล้ว แสดงว่า ต้นฉบับหนังสือสัญญาขายที่ดินดังกล่าวเป็นเอกสารที่มีอยู่จริง เพียงแต่หาต้นฉบับไม่ได้เท่านั้น? เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานอื่นประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บิดาโจทก์ได้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และได้จดทะเบียนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 แล้วจริง

โจทก์ฎีกาประการต่อมาว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองและตามพินัยกรรมแล้ว ประเด็นการครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ นั้น ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 นำสืบรับฟังได้ว่าโจทก์มิได้ครอบครองที่ดินพิพาทตามที่โจทก์อ้าง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยทางพินัยกรรมอีกประการหนึ่ง นั้น เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงประเด็นข้อนี้อันจะอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น แม้ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นจะได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ก็ตาม ถือว่าเป็นข้อที่ว่ากันมาแล้วโดยมิชอบ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้?

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลยที่ 4 และที่ 6 คนละ 3,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 จำนวน 30,000 บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · สถิตย์ ไพเราะ · ศุภชัย ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายจิตต์ เอกัตต์
ศาลอุทธรณ์ - นายระพิณ บุญสิทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้