Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2126/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน วันที่ผู้เสียหายนำเช็คไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร และเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่มีหาใช่เป็นเรื่องธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นไม่ วันนั้นความผิดของจำเลยจึงยังไม่เกิด ความผิดของจำเลยเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายนำเช็คเข้าเบิกเงินต่อธนาคาร และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินออกเช็คครั้งเดียวสองฉบับ เป็นกรรมเดียวกัน ไม่ใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็ค 2 ฉบับ สั่งจ่ายเงินฉบับละ 3,000 บาท ลงวันที่สั่งจ่ายวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2512 มอบให้นางเอมอร อุพารกุล เป็นการชำระหนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2512 นางเอมอรนำเช็คทั้งสองฉบับนั้นไปเบิกเงินจากธนาคาร และในวันนั้นเองธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้โดยจำเลยออกเช็คด้วยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและออกเช็คให้ใช้เงินที่มีจำนวนสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็ค ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ภายในอายุความตามกฎหมายแล้ว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุก 1 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาข้อกฎหมายว่า คดีขาดอายุความศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2512 นั้น ถึงกำหนดวันสั่งจ่าย นางเอมอรนำเช็คไปสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย นางเอมอรจึงไปทวงถามจำเลย จำเลยขอผัดผ่อนตลอดมา จนเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2512 จึงได้นำเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยเห็นว่านางเอมอรได้นำเช็คไปเบิกเงินในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2512 และทางธนาคารได้บอกว่าเงินในบัญชีของจำเลยมีไม่พอจ่ายแล้ว คดีจึงขาดอายุความที่จำเลยฎีกาว่า

คดีของโจทก์ขาดอายุความนั้น คงจะหมายความว่าคดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 หรือที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 เรียกว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรานั้นข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2512 ซึ่งเป็นวันสั่งจ่ายของเช็คสองฉบับที่จำเลยมอบให้นางเอมอรผู้เสียหาย นางเอมอรเอาเช็คสองฉบับนั้นไปถามเจ้าหน้าที่ธนาคารว่ามีเงินตามเช็คหรือไม่ เจ้าหน้าที่ธนาคารว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่มีนางเอมอรจึงไปทวงถามจำเลย แต่จำเลยไม่มีให้

จนเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2512 นางเอมอรจึงนำเช็คสองฉบับนั้นเข้าเบิกเงินต่อธนาคาร แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย หลังจากนั้น 2-3 วัน นางเอมอรจึงไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า อันความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 นั้น เกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 228/2503 ระหว่าง พนักงานอัยการ กรมอัยการ และนายเงาะ แสงใหญ่ โจทก์ นายอุปกรณ์ แก้วเจริญ จำเลย การที่นางเอมอรนำเช็คไปถามเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าเงินของจำเลยมีตามเช็คหรือไม่ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2512 และเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าไม่มีเงินนั้น เป็นการสอบถามกันเป็นทำนองส่วนตัวระหว่างนางเอมอรกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร

หาใช่เป็นเรื่องที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นไม่ วันนั้นความผิดของจำเลยจึงยังไม่เกิด วันที่ 10 มิถุนายน 2512 นางเอมอรนำเช็คเข้าเบิกเงินต่อธนาคาร และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ความผิดของจำเลยเกิดขึ้นในวันนั้น นางเอมอรร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2-3 วันหลังจากนั้น จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นปรากฏว่าจำเลยออกเช็คครั้งเดียวสองฉบับ เป็นกรรมเดียวกัน ไม่ใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ด้วย จึงไม่ถูกต้องพิพากษาแก้ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · ยงยุทธ เลอลภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้