Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2121/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ให้สิทธิจำเลยประกอบการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งมีข้อผูกพันที่จำเลยต้องซื้อเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์เท่านั้นเพื่อนำไปขาย โดยมีการกำหนดราคาซื้อขายกันไว้อันมีลักษณะที่เป็นประโยชน์ทางด้านการตลาดของโจทก์ด้วย ต่อมาจำเลยเลิกสัญญาดังกล่าวกับโจทก์โดยตกลงว่าจำเลยไม่มีสิทธิดำเนินกิจการสถานบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์หรือใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากนั้น จำเลยกลับจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกโดยไม่ยอมปฏิบัติตามข้อผูกพันที่จำเลยตกลงกับโจทก์เมื่อมีการเลิกสัญญาดังกล่าวดังนี้ เป็นการปฏิบัติผิดข้อตกลงกับโจทก์และเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 44

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปใบไม้โดยได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวสำหรับใช้กับสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด โจทก์ให้สิทธิแก่จำเลยเป็นผู้ประกอบการดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีกำหนดเวลา 20 ปี และต่อมาโจทก์และจำเลยตกลงเลิกสัญญาแต่งตั้งผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันบางจากโดยจำเลยไม่มีสิทธิดำเนินการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยส่งป้ายอุปกรณ์และทรัพย์สินที่โจทก์ให้ยืมคืนแก่โจทก์ และถอดป้ายที่มีเครื่องหมายการค้าของโจทก์ออกจากสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงไม่ดำเนินการใด ๆซึ่งเข้าลักษณะเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์

ต่อมาประมาณเดือนพฤศจิกายน 2541 จำเลยได้ใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยดำเนินการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดต่าง ๆ อีกทั้งยังจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาสูงกว่าราคาที่โจทก์กำหนด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงทางการค้า ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน960,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไปจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ใช้และละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ หลังจากจำเลยเลิกสัญญาแล้วจำเลยตกลงเป็นตัวแทนค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของห้างหุ้นส่วนจำกัด4 ดาวพัฒนา ซึ่งเป็นตัวแทนค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์

โจทก์จึงไม่เสียหาย ทั้งค่าเสียหายตามคำฟ้องสูงเกินความเป็นจริงขอให้ยกฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไป คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้ารูปใบไม้ ซึ่งได้จดทะเบียนแล้วสำหรับใช้กับสินค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2537 โจทก์กับจำเลยทำสัญญาแต่งตั้งผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันบางจากกันตามเอกสารหมาย

จ.9 โดยโจทก์ตกลงให้สิทธิจำเลยดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ ซึ่งมีเงื่อนไขที่จำเลยต้องซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์ไปจำหน่ายในจำนวนและราคาที่ตกลงกัน ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2541 โจทก์และจำเลยตกลงเลิกสัญญาดังกล่าวกันตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.12ซึ่งจำเลยตกลงว่าจำเลยไม่มีสิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์และไม่ดำเนินการใด ๆ อันเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไป แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน2541 ถึงเดือนมิถุนายน 2542 จำเลยได้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของจำเลย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่า

ผู้รับมอบอำนาจของโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบชัดแจ้งว่าขณะยื่นฟ้องคดีนี้นายโสภณ สุภาพงษ์ ซึ่งลงลายมือชื่อเป็นผู้มอบอำนาจในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะนายโสภณลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจนั้นนายโสภณยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ หนังสือมอบอำนาจจึงมีผลให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ได้แม้ต่อมาภายหลังในขณะยื่นฟ้องนั้น นายโสภณจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์อีกต่อไปหรือไม่ก็ตามเพราะการที่นายโสภณและนายสมชัย ฤชุพันธุ์ กรรมการอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์เป็นการแสดงเจตนามอบอำนาจในนามของโจทก์...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการต่อไปว่าโจทก์เสียหายหรือไม่เพียงใด...เห็นว่าบางเดือนจำเลยก็เคยขายน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึงเดือนละ 120,000 ลิตร เจือสมกับข้อนำสืบของโจทก์และจำเลยก็ไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับยอดการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของจำเลยในแต่ละเดือนมาแสดงให้น่าเชื่อว่าจำเลยขายน้ำมันเชื้อเพลิงได้ไม่ถึงเดือนละ 120,000 ลิตร จึงเชื่อได้ว่าจำเลยขายน้ำมันเชื้อเพลิงได้เฉลี่ยเดือนละ 120,000 ลิตร จริง และปรากฏว่าจำเลยเคยทำสัญญาแต่งตั้งผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันบางจากกับโจทก์ เพื่อให้โจทก์ให้สิทธิจำเลยประกอบการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ซึ่งมีข้อผูกพันที่จำเลยต้องซื้อเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์เท่านั้นเพื่อนำไปขายโดยมีการกำหนดราคาซื้อขายกันไว้อันมีลักษณะที่เป็นประโยชน์ทางด้านการตลาดของโจทก์ด้วย

ต่อมาจำเลยเลิกสัญญาดังกล่าวกับโจทก์โดยตกลงว่าจำเลยไม่มีสิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ หรือใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากนั้นจำเลยกลับจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์อีก โดยไม่ยอมปฏิบัติตามข้อผูกพันที่จำเลยตกลงกับโจทก์เมื่อมีการเลิกสัญญาดังกล่าวอันเป็นการปฏิบัติผิดข้อตกลงกับโจทก์และยังเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์อีกด้วย ย่อมมีผลเสียหายต่อระบบการตลาดในการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของโจทก์และในการกำหนดค่าเสียหายที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์นั้น ปรากฏว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางก็ได้นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนที่จำเลยซื้อจากห้างหุ้นส่วนจำกัด 4 ดาวพัฒนาตัวแทนค้าส่งของโจทก์นำไปจำหน่าย

อันเป็นการซื้อสินค้าของโจทก์มาขาย ซึ่งทำให้โจทก์เสียหายน้อยลงกว่ากรณีที่จำเลยนำน้ำมันเชื้อเพลิงของบุคคลอื่นมาขาย เพราะโจทก์ย่อมได้รับผลประโยชน์จากการขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด 4 ดาวพัฒนาซึ่งเป็นตัวแทนค้าส่งของตนเพิ่มขึ้นมาประกอบการพิจารณาและลดจำนวนค่าเสียหายให้น้อยกว่าโจทก์เรียกร้องตามคำฟ้องโดยกำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ขาดประโยชน์จากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของจำเลยเพียงลิตรละ 25 สตางค์ เมื่อจำเลยจำหน่ายได้เดือนละ 120,000 ลิตร ในช่วงเวลา 8 เดือน คิดเป็นค่าเสียหาย 240,000 บาท ซึ่งเป็นประโยชน์แก่จำเลยอยู่แล้วและเห็นว่าที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 240,000 บาทดังกล่าวเหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งการกระทำของจำเลยแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · พินิจ เพชรรุ่ง · ยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2546

แม้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 44 จะให้การคุ้มครองสิทธิของโจทก์ที่ 1 ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "WAHL" ตามที่จดทะเบียนไว้ก็ตามก็เป็นเพียงคุ้มครองให้โจทก์ที่ 1 เพียงผู้เดียวที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้