Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยยังไม่ได้ชำระค่าเช่าตามหนังสือเช่า จำเลยต่อสู้ว่าเงินที่ชำระไปแล้ว เป็นเงินที่ชำระตามหนังสือสัญญาเช่า ไปแล้ว เป็นเงินที่ชำระตามหนังสือสัญญาเช่า เมื่อในหนังสือสัญญาเช่าไม่มีข้อความว่าได้รับเงินกันตามหนังสือสัญญาก่อนแล้ว โจทก์ย่อมนำสืบแสดงได้ว่า เงินที่จำเลยอ้างว่า ชำระตามหนังสือสัญญาเช่านั้น ความจริงมิใช่เงินที่ชำระตามหนังสือสัญญาเช่า แต่เป็นเงินที่ชำระกันตามข้อตกลงนอกหนังสือสัญญาเช่า การนำสืบดังกล่าวนี้เป็นการนำสืบถึงว่า เงินที่จำเลยเคยชำระให้โจทก์เป็นเงินชำระตามหนังสือสัญญาเช่านี้หรือไม่ มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมหนังสือสัญญาเช่า และมิใช่เป็นการสืบว่าเงินรายที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยเป็นเงินรายที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยเป็นเงินที่จำเลยสัญญาจะชำระนอกเหนือไปจากหนังสือสัญญาเช่า การนำสืบของโจทก์ดังนี้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 กรณีเรื่องเช่าทรัพย์ ผู้เช่ากับผู้ให้เช่าอาจชำระเงินต่อกันนอกไปจากหนังสือสัญญาเช่าก็ได้ หรือจะชำระเงินต่อกันโดยไม่ทำหนังสือเช่าก็ได้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ไม่เป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ตามฟ้องและคำให้การเป็นเรื่องโจทก์อ้างว่า จำเลยยังไม่ได้ชำระค่าเช่าตามหนังสือสัญญาเช่า ฝ่ายจำเลยอ้างว่าได้ชำระเงินค่าเช่า ฝ่ายจำเลยอ้างว่าได้ชำระเงินค่าเช่าตามสัญญาเช่านั้นแล้ว ศาลชั้นต้นทำคำสั่งว่า การเช่าตัวอาคาร เป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อสัญญาเช่ามีข้อความชัดว่า เช่ากันปีละ ๖,๐๐๐ บาท โจทก์จะนำสืบว่ามีข้อตกลงกันอย่างอื่นอีกไม่ได้ ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา ๙๔ จึงให้สืบกันเฉพาะในเรื่องค่าเช่าอุปกรณ์โรงแรมอย่างเดียว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยชำระเงินค่าเช่าแล้วตามเช็ค ฝ่ายโจทก์ปฏิเสธว่า เงินที่ชำระนั้นมิใช่เงินค่าเช่าตามหนังสือสัญญา ฉะนั้น โจทก์ขอนำสืบประเด็นข้อนี้ได้ ไม่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารสัญญาเช่า จึงพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานไปตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องและคำให้การ เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินค่าเช่า ฝ่ายจำเลยอ้างว่า ได้ชำระเงินค่าเช่าตามสัญญาเช่านั้นแล้ว คดีจึงมีประเด็นว่าจำเลยได้ชำระเงินตามหนังสือสัญญาเช่าที่โจทก์ฟ้องหรือยังไม่ได้ชำระส่วนที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงเช่ากัน ๒๐,๔๐๐ บาท และตกลงให้จำเลยชำระค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งหนึ่งในวันทำหนังสือสัญญาเช่า และจำเลยได้ชำระแล้ว เป็นเรื่องโจทก์กล่าวถึงความเป็นมาแต่เริ่มแรกของการทำสัญญาเช่าต่อกัน ข้อความดังกล่าวนี้ โจทก์มิได้ตั้งเป็นข้อหาหรือข้อเรียกร้องต่อจำเลย เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าเงินที่ชำระไปแล้วเป็นเงินที่ชำระตามหนังสือสัญญาเช่า ฝ่ายโจทก์ก็ย่อมนำสืบแสดงได้ว่า

เงินที่จำเลยอ้างว่าชำระตามหนังสือสัญญาเช่านั้น ความจริงมิใช่เงินที่ชำระตามหนังสือสัญญาเช่า แต่เป็นเงินที่ชำระกันตามข้อตกลงนอกหนังสือสัญญาเช่า การนำสืบดังกล่าวนี้เป็นการนำสืบถึงว่า เงินที่จำเลยเคยชำระให้โจทก์เป็นเงินชำระตามหนังสือเช่า แต่เป็นเงินที่ชำระกันตามข้อตกลงนอกหนังสือสัญญาเช่า การนำสืบดังกล่าวนี้เป็นการนำสืบถึงว่า เงินที่จำเลยเคยชำระให้โจทก์เป็นเงินชำระตามหนังสือสัญญาเช่านี้หรือไม่ มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมหนังสือสัญญาเช่า เพราะในหนังสือสัญญาเช่าไม่มีข้อความว่า ได้รับเงินกันไปตามหนังสือสัญญาก่อนแล้วแต่ประการใด และมิใช่เป็นการนำสืบเพิ่มเติมสัญญาว่า เงินรายที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยเป็นเงินที่จำเลยสัญญาจะชำระนอกเหนือไปจากหนังสือสัญญาเช่า

การนำสืบของโจทก์จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๙๔ ส่วนข้อที่จำเลยกล่าวในฎีกาว่า ฟ้องได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า เหตุผลที่ไม่ทำสัญญาเต็มตามความเป็นจริง ก็เพื่อให้เสียภาษีน้อยลงซึ่งเป็นการหลบเลี่ยงการเสียภาษีนั่นเอง จำเลยถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเรื่องเช่าทรัพย์นี้ผู้เช่ากับผู้ให้เช่าอาจชำระเงินต่อกันนอกไปจากหนังสือสัญญาเช่าก็ได้ หรือจะชำระเงินต่อกันโดยไม่ทำหนังสือสัญญาเช่าก็ได้ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หาเป็นโมฆะไม่ เพราะเงินจำนวนที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยนี้เป็นเงินค่าเช่าตามหนังสือสัญญาที่ชอบด้วยกฎมาย และจำเลยก็ไม่ได้แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นจำนวนที่ได้จากการหลีกเหลี่ยงการเสียภาษีประการใด และผู้มีหน้าที่เสียภาษีก็ต้องเอาเงินของเขาเองเสีย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สารนัยประสาสน์ · การุณย์นราทร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค - นายวิญญาณ เลขะกุล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3303/2532

ในการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ให้เช่าและเรียกค่าเสียหาย ไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ต้องแนบสัญญาเช่าเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดมาพร้อมกับฟ้อง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 53…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5859/2530

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากจำเลยเป็นหนังสือและสัญญาเช่าอยู่ที่จำเลย จำเลยให้การว่าไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ สัญญาเช่าไม่มีอยู่ที่จำเลย เช่นนี้ โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบว่ามีสัญญาเช่าเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2506

สัญญาเช่าที่ระบุว่า "เมื่อผู้เช่าต้องการห้องเช่าคืนหรือผู้เช่าจะต้องการคืนห้องทั้งสองฝ่ายจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วัน" นั้นมีความหมายว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาเช่าจะต้องบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2503

สัญญาเช่าห้องพิพาทเพื่อการค้าซึ่งมีกำหนดเวลาเช่า 3 ปี มีข้อสัญญากันไว้ด้วย ว่า หากมีเหตุอัคคีภัย ทำให้สถานที่เช่าเป็นอันตรายไปส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดก่อนครบ 3 ปี ถึงไม่ต้องบอกล่วงหน้าก็ให้ถือว่าสัญญาขาดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5373/2552

สัญญาเช่าที่ดินมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่า ชำระค่าเช่าล่วงหน้าสำหรับการเช่า 21 ปี เป็นเงิน 8,000,000 บาท ซึ่งเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 538 บัญญัติให้ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้