Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดาโจทก์และโจทก์อุทิศที่พิพาทให้ใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามตามหลักของศาสนาอิสลาม อันมีผลทำให้ผู้ใดจะยึดถือครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทไม่ได้ ที่พิพาทจึงเป็นที่ซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์และตกเป็น สาธารณสมบัติของแผ่นดินทันทีที่อุทิศให้ โดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ปัญหาว่าที่พิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) หรือไม่ เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลฎีกาก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) (ประเด็นหลังวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาครั้งที่ 15/2543)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบพร้อมบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ ๕๗ อาคารโรงเรียนและต้นไม้ออกจากที่ดินของโจทก์และให้เช่าค่าเสียหายเดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสิบและบริวารจะรื้อถอนบ้าน อาคารโรงเรียนและต้นไม้ออกไปจากที่ดินของโจทก์

ระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงร่วมกันว่า จำเลยที่ ๓ ถึงแก่ความตายก่อนโจทก์ฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ถึงที่ ๑๐ ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทและมีอำนาจฟ้อง หรือไม่ คดีนี้โจทก์อ้างตนเองเข้ามาเบิกความเป็นพยานว่า บิดาโจทก์แบ่งที่ดินประมาณ ๒ ไร่ ให้บิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชั่วคราว ต่อมาวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๖ บิดาโจทก์ยกที่ดินให้โจทก์ ปี ๒๕๒๐ บิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๑ สอนศาลนาต่อโดยโจทก์อนุญาตให้ใช้ที่ดินชั่วคราวและไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ต่อมาวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ฟ้องโจทก์อ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง ปรปักษ์และศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยที่ ๑ อยู่ในที่ดินต่อไปจึงให้ทนายความ

มีหนังสือให้จำเลยที่ ๑ และบริวารออกจากที่ดินแล้ว จำเลยทั้งสิบไม่ยอมออก แต่ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑๕/๒๕๓๒ ของศาลแพ่ง โจทก์เบิกความว่า เมื่อประมาณปี ๒๔๘๕ ถึง ๒๔๘๗ บิดาโจทก์อนุญาตให้บิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ อาศัยใช้ที่ดินประมาณ ๑ ไร่ สร้างโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม แล้วช่วยกันสร้างโรงเรียนและบ้านพักครูขึ้น บ้านและโรงเรียนที่สร้างขึ้นนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของบิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ แต่สร้างขึ้นให้เป็นส่วนกลาง ของศาสนา และยังเบิกความอีกว่า ชาวมุสลิมส่วนมากให้ใช้ที่ดินของตนสร้างมัสยิด สร้างสุสาน และสร้างโรงเรียนสอนศาสนา ที่ดินที่ให้สร้างนี้จะนำไปซื้อขาย จำหน่าย จำนอง จำนำ ไม่ได้ทั้งสิ้น โดยถือว่าเป็นที่ดินอยู่ในฟีซาบิลล่ะห์

คืออยู่ในแนวทางศาสนาอิสลาม ใครจะยึดถือเป็นเจ้าของไม่ได้ หรือใครจะครอบครองเป็นเจ้าของก็ไม่ได้ จากคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวศาลฎีกา เห็นว่า การที่บิดาโจทก์อนุญาตให้บิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ใช้ที่พิพาทสร้างโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามตั้งแต่ประมาณปี ๒๔๘๗ จนกระทั่งบิดาโจทก์ถึงแก่ความตายในปี ๒๕๑๗ และเมื่อบิดาจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ ถึงแก่ความตายในปี ๒๕๒๐ โจทก์ก็ยังอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ สอนศาสนาในที่พิพาทต่อไปนั้น เป็นการที่บิดาโจทก์และโจทก์อุทิศที่พิพาทให้ใช้เป็นโรงเรียนสาอนศาสนาอิสลามตามหลักของศาสนาอิสลาม อันมีผลทำให้ผู้ใดจะยึดถือครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทไม่ได้ ที่พิพาทจึงเป็นที่ซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ของชาวมุสลิมและตกเป็น

สาธารณสมบัติของแผ่นดินทันทีที่บิดาโจทก์อุทิศให้โดยไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อที่พิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒) แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาข้อนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ถึงที่ ๑๐ จะไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ ศาลฎีกาก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต ยอดเณร · ปราโมทย์ ชพานนท์ · สุเมธ ตังคจิวางกูร
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสำเรือง กมลละคร
ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ จันทรเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 1575)

ที่ดินพิพาทเป็นเขตทุ่งสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติการที่จำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินย่อมทำให้รัฐเสียหายผู้มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9519/2539

ผู้มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยขอออกทับที่ดินเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะและป่าสงวนแห่งชาติ คือ เจ้าพนักงานของรัฐเท่านั้น แต่เมื่อโจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ จึงมีสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2535

ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ มิใช่ของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะฟ้อง จำเลยข้อหาบุกรุกได้ ทำเลเลี้ยงสัตว์เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้