Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดสองกรรม เรียงกระทงลงโทษข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา จำคุก 4 ปี ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังจำคุก 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายไปยังสถานที่หลายแห่งจนถึงบ้านเกิดเหตุจึงกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย หลังจากนั้นผู้เสียหายก็ถูกจำเลยขู่บังคับและกอดรัดให้อยู่กับจำเลยตลอดคืน หากกลับจะทำร้าย จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายจึงใช้อุบายหนีกลับบ้านได้ ดังนี้ การที่จำเลยไม่ยอมให้ผู้เสียหายกลับ แล้วใช้กำลังกายกอดรัดและขู่ว่าจะทำร้ายหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ตลอดคืน เป็นความผิดอีกกระทงหนึ่งต่างหากจากความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน คือจำเลยได้หน่วงเหนี่ยวกักขังนางสาวนิตยาไว้ในบ้านพัก ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกายแล้วจำเลยข่มขืนกระทำชำเรานางสาวนิตยาโดยใช้กำลังกายประทุษร้ายกอดปล้ำกดให้อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖, ๓๑๐, ๙๑

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราลงโทษจำคุก ๔ ปี ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังลงโทษจำคุก ๖ เดือน รวมโทษจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่โทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นบทหนัก จำคุก ๔ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่ามิได้กระทำผิดตามฟ้อง และโจทก์มิได้นำนายแพทย์ผู้ตรวจผู้เสียหายมาเบิกความ จึงรับฟังใบตรวจบาดแผลของผู้เสียหายไม่ได้นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดสองกรรม เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราจำคุก ๔ ปี ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังจำคุก ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๔ ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้เสียหายติดตามจำเลยไปยังสถานที่หลายแห่งเพราะถูกจำเลยให้อุบายหลอกลวงว่าจะคืนเงินที่ยืมไปให้ ในที่สุดเมื่อถึงบ้านเกิดเหตุก็ถูกจำเลยขู่บังคับไม่ให้กลับและใช้กำลังกายทำร้ายผู้เสียหายโดยใช้มือบีบปากและอุดปากผู้เสียหาย แล้วกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่สองครั้ง หลังจากนั้นผู้เสียหายก็ถูกจำเลย ขู่บังคับและกอดรัดให้อยู่กับจำเลยตลอดทั้งคืน หากกลับจะทำร้าย จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายจึงใช้อุบายหลอกจำเลยขอออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปหาซื้ออาหารและหนีกลับบ้านได้ เห็นว่า การที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เป็นความผิดเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ผู้เสียหายจะกลับบ้านจำเลยไม่ยอมให้กลับ และใช้กำลังกายกอดรัดและขู่ว่าจะทำร้ายหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้ตลอดคืน

ตอนเช้าจึงยอมให้ออกไปหาซื้ออาหารรับประทาน จึงเป็นการกระทำความผิดต่างหากแยกจากความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราได้อีกกระทงหนึ่ง ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๑๘/๒๕๒๒ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายกลิ้ง รอยสนั่น จำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ อีกกระทงหนึ่ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายโชค จงสงวน
ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้