Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2100/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นฝ่ายตั้งจำนวนเบี้ยปรับเรียกร้องมาเอง โดยตั้งใจจะปรับจำเลยเพียงเท่านั้น จำเลยก็ยอมชำระไปตามนั้น เรื่องเบี้ยปรับเป็นอันระงับสิ้นไป ถือว่าคู่กรณีไม่มีเจตนาจะเรียกร้องเอาเบี้ยปรับจากกันอีก ถ้าโจทก์ถือว่าจำนวนเบี้ยปรับที่เรียกปรับแล้วเป็นแต่เพียงบางส่วนจะต้องมีการเรียกเพิ่มขึ้นอีกภายหน้า โจทก์จะต้องแสดงสงวนสิทธิเช่นนี้ไว้ มิฉะนั้นจะรื้อฟื้นเรียกร้องเบี้ยปรับซึ่งระงับเสร็จสิ้นกันไปแล้วเพิ่มเติมอีกไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๘ จำเลยทำสัญญาขายเหล็กโครงสร้างสำหรับลานสวิชโรงไฟฟ้าและสถานีจ่ายไฟสกลนครนาแก และธาตุพนม ของโครงการแม่น้ำพุงกับโจทก์ราคาทั้งสิ้น ๔๕๐,๐๐๐ บาท ตกลงจะแบ่งจ่ายเงินเป็น ๓ งวด ณ สถานที่และกำหนดเวลาตามสัญญา ถ้าจำเลยมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเป็นจำนวนเงินร้อยละ ๕ ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่งโดยคิดเป็นรายเดือนจนกว่าจะได้นำสิ่งของนั้น ๆ ส่งแก่โจทก์ครบถ้วนและถูกต้อง ตามสัญญางวดที่ ๑ จำเลยนำเหล็กโครงสร้างส่งมอบเกินกำหนด ๓ เดือน ๒ วัน จำเลยต้องใช้ค่าปรับให้โจทก์ ๑๕,๓๓๓.๓๓ บาท โจทก์หักเงินค่าปรับบางส่วนไว้จากจำเลยแล้ว ๓,๐๐๐ บาท จำเลยต้องรับผิดใช้ให้โจทก์อีก ๑๒,๓๓๓.๓๓ บาท

สัญญางวดที่ ๒ จำเลยส่งมอบเกินกำหนดเวลา ๑ เดือน ๑๘ วันจำเลยต้องใช้ค่าปรับให้โจทก์ ๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์หักเงินค่าปรับบางส่วนไว้แล้ว ๔,๕๐๐ บาท จำเลยจะต้องรับผิดในส่วนที่ยังไม่ได้ชำระในงวดที่ ๒ อีก ๗,๕๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินค่าปรับ ๑๙,๘๓๓.๓๓ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าส่งของให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนดในสัญญาแล้วแต่เจ้าหน้าที่ของโจทก์มาเซ็นรับเอาเมื่อบริษัทญี่ปุ่นประกอบเสร็จแล้วที่จำเลยยอมให้โจทก์ปรับก็เพื่อให้งานของจำเลยเรียบร้อย จำเลยชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว ค่าปรับที่โจทก์อ้างมาโจทก์ไม่สามารถที่จะเรียกจากจำเลยได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับสิ่งของครบถ้วน แต่ไม่ตรงตามกำหนดเวลาในสัญญา และโจทก์เรียกร้องให้ชำระเบี้ยปรับจำเลยได้ชำระแล้วโจทก์มิได้สงวนสิทธิที่จะเรียกร้องเบี้ยปรับไว้อีก จึงพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า การที่โจทก์เรียกเอาเบี้ยปรับจากจำเลยโดยหักเอาจากราคาของที่โจทก์ต้องชำระให้จำเลยในเวลาชำระราคาของกันนั้นถือได้ว่าโจทก์ได้บอกสงวนสิทธิเรียกร้องเอาเบี้ยปรับแล้ว เพียงแต่คิดเบี้ยปรับที่หักไว้ผิดไปเท่านั้น จึงพิพากษากลับให้จำเลยใช้เบี้ยปรับ ๑๙,๘๓๓.๓๓ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ชำระค่าปรับให้โจทก์ไปแล้ว โดยยอมให้โจทก์หักจากเงินราคาสิ่งของที่โจทก์จะต้องชำระแก่จำเลยเอาไปและสิ่งของทั้งสามงวดโจทก์ก็ได้รับมอบจากจำเลยไว้โดยถูกต้องตามสัญญาเรียบร้อยแล้วโจทก์ได้คืนหลักฐานการค้ำประกันของธนาคารที่จำเลยนำมาวางต่อโจทก์ให้จำเลยรับไปแล้ว นับได้ว่าได้มีการปฏิบัติตามสัญญาต่อกันโดยครบถ้วน แม้ต่อมาจะปรากฏว่าเบี้ยปรับที่โจทก์เรียกปรับจากจำเลยต่ำไป โจทก์เป็นฝ่ายตั้งจำนวนเบี้ยปรับเรียกร้องมาเอง โดยตั้งใจจะปรับจำเลยเพียงเท่านั้น จำเลยก็ยินยอมชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์ไปตามนั้นในเรื่องเบี้ยปรับจึงเป็นอันระงับสิ้นไป คู่กรณีไม่มีเจตนาจะเรียกร้องเอาเบี้ยปรับจากกันอีก ถ้าโจทก์ถือว่าจำนวนเบี้ยปรับที่เรียกปรับมาแล้วเป็นแต่เพียงบางส่วน จะต้องมีการเรียกเพิ่มขึ้นอีกภายหน้าโจทก์ก็ต้องแสดงสงวนสิทธิเช่นนี้ไว้ แต่โจทก์มิได้กระทำเช่นนั้น จึงจะมารื้อฟื้นเรียกร้องเบี้ยปรับซึ่งระงับเสร็จสิ้นกันไปแล้วจากจำเลยเพิ่มเติมอีกหาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายแผ้ว ศิวะบวร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้