Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2098/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเพียง 1 วัน อ้างเหตุว่าด้วยความพลั้งเผลอไม่จงใจประวิงและเอาเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด ปรากฏตามบัญชีระบุพยานว่าเป็นพยานบุคคลและพยานเอกสารรวมกันเพียง 6 อันดับ และเป็นพยานนำทั้งโจทก์ได้นำพยานมาศาลในวันนัดเพื่อขอสืบพยานต่อไป ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฏว่าโจทก์แกล้งประวิงและเอาเปรียบจำเลยในทางคดี ทั้งการรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียหายตามคำร้องของโจทก์ก็มีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมควรรับบัญชีระบุพยานของโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีที่นา ๑ แปลง อยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แจ้งการครอบครองไว้เนื้อที่ ๑๘ ไร่ แต่เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดสอบเขตแล้ว ปรากฏว่ามีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๓ งาน ๕๔ ตารางวา เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๑๘ จำเลยตกลงขายที่นาดังกล่าวให้โจทก์เนื้อที่ ๒๑ ไร่ ๒ งาน ๗๙ ตารางวา ราคา ๔๒,๕๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๑๘ จำเลยไปยื่นเรื่องราวต่ออำเภอ โจทก์จ่ายเงินค่าซื้อที่นาให้จำเลย และจำเลยมอบที่นาให้โจทก์ครอบครอง ตกลงกันว่าเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดและประกาศเสร็จจึงจะโอนกัน แต่เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการเสร็จแล้ว จำเลยบิดพลิ้วจะโอนให้โจทก์เพียง ๑๘ ไร่ โจทก์ไม่ยอมคงพิพาทกันเฉพาะที่นาเนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๗๙ ตารางวา ซึ่งมีราคาประมาณ ๖,๕๐๐ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยโอนที่ให้โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยให้การว่าจำเลยตกลงขายที่นาเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ให้โจทก์ในราคา ๔๒,๕๐๐ บาท ต่อมาจำเลยไปยื่นเรื่องราวขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโอนขายที่นาให้โจทก์และได้รับเงินมัดจำจากโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท เมื่อเจ้าหน้าที่ไปรังวัดปรากฏว่าที่นาของจำเลยมีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๓ งาน ๕๔ ตารางวา โจทก์เห็นว่าที่นาของจำเลยมากจะเอาเป็นเนื้อที่ ๒๑ ไร่ จำเลยไม่ยอมโจทก์จึงไม่จ่ายเงินที่เหลือ จำเลยจึงริบเงินมัดจำและไม่โอนที่นาให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้วนัดสืบพยานโจทก์ก่อนในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๑๙ ครั้นวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๙

โจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับยื่นระบุพยานโดยอ้างว่าด้วยความพลั้งเผลอไม่จงใจประวิงและเอาเปรียบในทางคดีเพื่อประโยชน์แก่ความยุติธรรม ขอให้ศาลโปรดรับบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ไม่ยื่นบัญชีระบุพยานตามกำหนดเวลาในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้รับบัญชีระบุพยานและพิจารณาคดีต่อไป

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมควรรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับบัญชีระบุพยานของโจทก์แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แม้โจทก์ยื่นคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดสืบโจทก์นัดแรกเพียง ๑ วัน โดยอ้างเหตุในคำร้องว่าด้วยความพลั้งเผลอไม่จงใจประวิงและเอาเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใด ปรากฏตามบัญชีระบุพยานว่าเป็นพยานบุคคลและพยานเอกสารรวมกันเพียง ๖ อันดับ และเป็นพยานนำทั้งโจทก์ได้นำพยานมาศาลในวันนัดเพื่อขอสืบพยานต่อไป ตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฎว่าโจทก์แกล้งประวิงและเอาเปรียบจำเลยในทางคดี ทั้งการรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ก็ไม่ทำให้จำเลยเสียหาย ตามคำร้องของโจทก์ก็มีเหตุสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เห็นควรรับบัญชีระบุพยานของโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ วราภรณ์ · มาโนช จรมาศ · สมชัย ทรัพย์วณิช
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายพีระ ดุลยานุรักษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง วรรณพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589738)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 633736)

ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่ความที่มีความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้