Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2089/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีแทน โดยปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแต่ไม่ได้ขีดฆ่า ย่อมถือว่ายังไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 118 จะใช้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานฟังว่าโจทก์มอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ได้.คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 22,950 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 13,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีแทน โดยปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแต่ไม่ได้ขีดฆ่า ย่อมถือว่ายังไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 118 จะใช้หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานฟังว่าโจทก์มอบอำนาจให้ อ. ฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ได้.คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน 22,950 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 13,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันการกู้เงินของจำเลยที่ 1ลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันตามฟ้องเป็นลายมือปลอม โจทก์ไม่มีอำนาจมอบให้นายอาทร

สตันยสุวรรณดำเนินคดีแทนโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ไปตามฟ้องโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจริง แต่จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดเฉพาะค่าติดตามทวงถามตามคำขอของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 22,750 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 13,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ1,000 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์ให้นายอาทร สตันยสุวรรณ ฟ้องคดีแทนตามเอกสารหมาย จ.1 ไม่ได้มีการขีดฆ่าอากรแสตมป์

ใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ นายอาทร สตันยสุวรรณจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนใครโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่านายอาทร สตันยสุวรรณ มีอำนาจฟ้องคดีนี้แทนโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเอกสารหมาย จ.1 ทำขึ้นในวันฟ้องคือวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 มีใจความว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายอาทร สตันยสุวรรณ เป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการต่าง ๆ รวมทั้งเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวปิดอากรแสตมป์ไว้ 30 บาท แต่ไม่ขีดฆ่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.1 ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ในลักษณะแห่งตราสารข้อ 7 (ข) แล้วแต่การที่ไม่ขีดฆ่าอากรแสตมป์นั้น ย่อมถือว่ายังไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 จะใช้หนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานฟังว่าโจทก์มอบอำนาจให้นายอาทร สตันยสุวรรณ ฟ้องคดีแทนโจทก์ไม่ได้

ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เรื่องขีดฆ่าอากรแสตมป์ในศาลชั้นต้นจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในเรื่องนี้ โดยไม่จำต้องฟังพยานเอกสารหมาย จ.1 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2668/2519 และแม้ปัญหาดังกล่าวจะเป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ตาม แต่หาได้กระทบถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม เนื่องจากใบมอบอำนาจได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนแล้วคงมีผลเฉพาะคู่ความ ศาลอุทธรณ์จึงไม่สมควรหยิบยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยนั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ได้แนบต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนมาพร้อมกับคำฟ้อง แต่ไม่ขีดฆ่าอากรแสตมป์จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่า หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จึงเป็นที่เห็นได้อย่างชัดแจ้งตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่านายอาทร

สตันยสุวรรณ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ กรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องวินิจฉัยและรับฟังพยานหลักฐานให้เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาที่ว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ไม่ขีดฆ่าอากรแสตมป์ขึ้นมาวินิจฉัยให้โดยถือว่ายังไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จึงชอบแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3825/2562

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องจำเลย และไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องคดีในศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ถือว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ ส. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4574/2561

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์นำสืบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานตามข้ออ้างของตน สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ปิดอาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้