คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535มาตรา 61, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 จำคุก 1 เดือน และปรับ 6,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ ไม่ลดโทษให้ โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนรถยนต์บรรทุกของกลางเห็นสมควรไม่ริบโจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลาง โดยอัยการพิเศษประจำเขต 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า สมควรริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 81-2175 สุพรรณบุรี ของกลาง หรือไม่ เห็นว่าจำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางมีน้ำหนักบรรทุกรวมทั้งน้ำหนักรถเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ถึง 13,150 กิโลกรัม โดยไม่นำพาว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงเพียงใดต่อสภาพทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งเป็นสมบัติส่วนรวมและมีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสาธารณชน การกระทำดังกล่าวของจำเลยนั้น ทำให้ผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาต้องเสี่ยงต่ออันตรายจากสภาพถนนที่ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุและอันตรายที่เกิดจากสภาพของรถยนต์ที่มีน้ำหนักบรรทุกเป็นจำนวนมากจนเกินกว่าที่ผู้ขับขี่จะควบคุมให้แล่นไปได้อย่างปลอดภัย เมื่อจำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางในการกระทำผิดโดยมุ่งแต่ประโยชน์สูงสุดในทางเศรษฐกิจของตนเพียงอย่างเดียวไม่สนใจว่าจะก่อผลกระทบที่เสียหายต่อสังคมอย่างไร
ดังนั้นรถยนต์บรรทุกของกลาง ซึ่งใช้ในการกระทำความผิดจึงเป็นทรัพย์ที่สมควรต้องริบการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ใช้ดุลพินิจไม่ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 81-2175สุพรรณบุรี ของกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7