Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่ผู้ทำลงลายพิมพ์นิ้วมือและมีผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานสองคน กับมีปลัดอำเภอรักษาราชการแทนปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอเป็นผู้จัดทำและลงลายมือชื่อด้วย แต่มิได้ประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1655 (4) นั้น เป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์ในฐานะที่เป็นพินัยกรรมธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 และมาตรา 1665 คดีไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยให้ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เป็นการไม่ชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ส่วนนี้ไม่มีผล การที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้มาอีก จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินจฉัย คำแก้ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ศาลฎีกาพิพากษานอกเหนือจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้น ต้องกระทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกา จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นสามีจำเลยที่ ๑ นางปั่นมารดาโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ ๑ ถึงแก่กรรมแล้ว มีทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์เอกสารหมายเลข ๓ ท้ายฟ้อง ซึ่งยังไม่ได้แบ่งปันกันและจำเลยทั้งสองครอบครองแทนทายาททุกคน ที่ดินมรดกบางแปลงจำเลยทั้งสองได้ออก น.ส.๓ ก. ในนามของจำเลย โจทก์ได้ขอให้จำเลยแบ่งปันทรัพย์มรดกแต่จำเลยไม่ยอมอ้างว่านางปั่นยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้จำเลยทั้งสองแล้ว ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองแบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์ออกเป็น ๕ ส่วนเท่า ๆ กัน ให้โจทก์ได้คนละ ๑ ส่วน

จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑และ ๒ นางปั่นยกให้จำเลยที่ ๑ เมื่อ ๑๔ ปีมาแล้ว ไม่ใช่ทรัพย์มรดก สำหรับที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๓ และ ๔ กับเรือน ๑ หลัง ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๕ นางปั่นทำพินัยกรรมยกให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๑ ตามลำดับ และที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๗ ไม่ใช่ทรัพย์มรดก แต่เป็นของจำเลยที่ ๒ บุกเบิกก่นสร้างมาเอง ส่วนที่ดินมือเปล่าตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๖ เมื่อประมาณ ๑๐ ปีมาแล้วนางปั่นยกให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๔ คนละครึ่ง ขณะมีชีวิตอยู่นางปั่นได้แบ่งทรัพย์สินให้แก่ลูก ๆ ทุกคนแล้ว จำเลยทั้งสองไม่เคยยึดถือทรัพย์สินและไปออก น.ส.๓ แทนโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พินัยกรรมไม่มีผลบังคับ ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑, ๒ และ ๗ ไม่ใช่ทรัพย์มรดก อันดับ ๖ เป็นของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ คนละครึ่ง อันดับ ๓, ๔ และ ๕ เป็นทรัพย์มรดก พิพากษาแก้เป็นว่าให้แบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๓, ๔ และ ๕ ออกเป็นห้าส่วนเท่า ๆ กัน ให้โจทก์ได้คนละหนึ่งส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๐ นางปั่นเจ้ามรดกกับจำเลยทั้งสองได้ไปที่ที่ว่าการอำเภอยางชุมน้อย พบกับนายชัยวัฒน์ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่งอำเภอแล้วนางปั่นแสดงความจำนงว่าจะทำพินัยกรรม นางปั่นได้ขอให้นายสุบินและนายสมซึ่งบังเอิญมาที่อำเภอให้มาเป็นพยาน นางชัยวัฒน์จัดพิมพ์พินัยกรรมตามความประสงค์ของนางปั่น เสร็จแล้วอ่านให้นางปั่นกับนายสุบินและนายสมพัง นางปั่นลงลายพิมพ์นิ้วมือแล้วให้นายสุบินและนายสมลงชื่อไว้ นายชัยวัฒน์ก็ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมด้วยแต่มิได้ประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๘(๔) การที่พินัยกรรมของนางปั่นเจ้ามรดกทำต่อหน้านายสุบิน

นายสมและนายชัยวัฒน์รักษาราชการแทนปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้ากิ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นพยานด้วยอีกคนหนึ่ง บุคคลทั้งสามดังกล่าวได้ลงชื่อไว้ในพินัยกรรม พินัยกรรมดังกล่าวจึงสมบูรณ์ในฐานะเป็นพินัยกรรมธรรมดา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕๖ และมาตรา ๑๖๖๕ เมื่อพินัยกรรมระบุยกที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๓ และ ๔ ให้แก่จำเลยที่ ๒ และเรือนตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๕ ให้จำเลยที่ ๑ ทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๓, ๔ และ ๕ จึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกที่จะตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งทรัพย์ทั้งสามอันดับนี้ให้โจทก์ได้คนละ ๑ ส่วนใน ๕ ส่วน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่ดินมือเปล่าตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๖ นางปั่นแบ่งให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๔ คนละครึ่ง โจทก์ที่ ๔ ได้เข้าทำประโยชน์และออก น.ส.๓ ก. ในส่วนของตน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งโจทก์ที่ ๑ ไม่เอา จำเลยทั้งสองเข้าทำประโยชน์โดยเจตนายึดถือครอบครองเพื่อตน ที่ดินส่วนนี้จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง

พิเคราะห์แล้ว ในเรื่องที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๖ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยทั้งสองยอมรับว่าเป็นของโจทก์ที่ ๑ และที่ ๔ จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย และเมื่อได้วินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไปแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสี่ฝ่ายเดียวอุทธรณ์เฉพาะเกี่ยวกับทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑ ถึง ๕ และอันดับ ๗ โดยมีคำขอท้ายอุทธรณ์ให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเกี่ยวกับทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องเว้นอันดับ ๖ จำเลยทั้งสองมิได้แก้อุทธรณ์เกี่ยวกับทรัพย์อันดับ ๖ แต่อย่างใด ดังนี้ ในชั้นอุทธรณ์หามีประเด็นเรื่องทรัพย์อันดับ ๖ ไม่ การที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยว่าแม้จำเลยทั้งสองนำสืบว่า จำเลยทั้งสองได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๖ ส่วนที่นางปั่นยกให้โจทก์ที่ ๑ ก็ถือว่าเป็นการทำแทนโจทก์ที่ ๑ ที่ส่วนนี้ยังเป็นของโจทก์ที่ ๑ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น เป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ส่วนนี้ไม่มีผล การที่จำเลยฎีกาเกี่ยวกับทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๖ มาอีก จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้ว ในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ที่โจทก์แก้ฎีกามาว่าทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๑, ๒ และ ๗ เป็นทรัพย์มรดกของนางปั่นที่ยังไม่ได้แบ่ง ขอให้นำมาแบ่งด้วยนั้น เป็นการขอนอกเหนือจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ต้องกระทำโดยยื่นคำฟ้องฎีกา จะเพียงแต่ขอมาในคำแก้ฎีกาเช่นนี้หาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำหรับทรัพย์ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ ๓, ๔ และ ๕ เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน
ศาลอุทธรณ์ - นายเสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13602/2558

โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ และศาลชั้นต้นมีอำนาจรับและไต่สวนคำขอพิจารณาคดีใหม่หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ แล้วมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13068/2558

ตามฟ้องและฟ้องแย้ง จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ปรากฏตามฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำในฐานะส่วนตัวและจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าหนี้ตามฟ้องแย้ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10751/2557

ฎีกาของจำเลยทั้งสองล้วนคัดลอกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองแบบคำต่อคำ เว้นแต่มีการแก้ไขชื่อของศาลจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นศาลฎีกา เพื่อให้ตรงตามความจริงเท่านั้น ฎีกาของจำเลยทั้งสอง จึงมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้