Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นน้องชายเจ้ามรดก โจทก์ย่อมเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 แต่โจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกในเมื่อยังมีทายาทโดยธรรมในลำดับก่อนตนยังมีชีวิตอยู่ตาม มาตรา 1630 และทั้งนี้ต้องต่อเมื่อเจ้ามรดกมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้โจทก์ โจทก์ที่ 3 เป็นบุตรเจ้ามรดก และโจทก์ที่ 1, 2เป็นน้องชายเจ้ามรดกซึ่งมิได้ทำพินัยกรรมไว้ การที่จำเลยสมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นว่าเจ้ามรดกยกทรัพย์ให้จำเลยที่4 ผู้เดียว ย่อมทำให้โจทก์ที่ 3 เสียหาย แต่ไม่ทำให้โจทก์ที่ 1, 2 ผู้เป็นน้องชายเจ้ามรดกเสียหายด้วยเพราะจำเลยจะปลอมหรือไม่ปลอม โจทก์ที่ 1, 2 ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกอยู่แล้ว และฟ้องมิได้บรรยายว่าเจ้ามรดกตั้งใจทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้โจทก์ที่ 1, 2 ด้วยแล้วจำเลยปลอมพินัยกรรมขึ้นเป็นอย่างอื่น โจทก์ที่ 1, 2 จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีอาญาฐานปลอมพินัยกรรม ตลอดถึงข้อหาฐานเบิกความเท็จเรื่องพินัยกรรมปลอมนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑, ๒, ๔, ๕, ๖ ได้สมคบกันปลอมพินัยกรรมของนางลุ้ย สัมมาพล ระบุทรัพย์ให้จำเลยที่ ๔ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายเพราะโจทก์ที่ ๑, ๒ เป็นน้องชายนางลุ้ยและโจทก์ที่ ๓ เป็นทายาทผู้รับมรดกนางลุ้ย ต่อมาจำเลยที่ ๓, ๔ได้สมคบกันนำพินัยกรรมปลอมดังกล่าวมาแสดงต่อศาลในการพิจารณาคดีเพื่อให้ศาลหลงเชื่อว่าเป็นพินัยกรรมที่แท้จริง และจำเลยที่ ๑, ๔, ๕ ได้นำความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีมาเบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีดังกล่าวว่านางลุ้ยได้ทำพินัยกรรมฉบับนั้นขึ้น การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ถ้าศาลหลงเชื่อว่าเป็นพินัยกรรมที่แท้จิรง โจทก์จะไม่ได้รับมรดกของนางลุ้ยเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘,๒๖๙, ๑๗๗, ๑๘๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูลหมายเรียกจำเลยมาแก้คดี จำเลยให้การปฏิเสธ ภายหลังสืบโจทก์ที่ ๑, ๒ แล้ว จำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นว่าโจทก์ที่ ๓ เป็นบุตรเจ้ามรดก โจทก์ที่ ๑, ๒ ย่อมถูกตัดมิให้รับมรดก โจทก์ที่ ๑, ๒ จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ที่ ๑, ๒ มิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ ๑, ๒ คงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเฉพาะฟ้องของโจทก์ที่ ๓ โจทก์ที่ ๑, ๒ อุทธรณ์ว่าเป็นผู้เสียหายด้วย เพราะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และเป็นผู้รับทรัพย์มรดกด้วยตามหนังสือสัญญาแบ่งทรัพย์มรดก ซึ่งโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ ๓, ๔ ได้ลงชื่อยอมแบ่งไว้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ที่ ๑, ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ที่ ๑, ๒ เป็นผู้เสียหายเพราะเป็นผู้จัดการมรดกด้วยนั้น ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายเช่นนั้น ส่วนข้อที่ว่าเป็นผู้รับทรัพย์มรดกตามสัญญาแบ่งทรัพย์มรดกระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๓, ๔ นั้น ฟ้องก็มิได้บรรยายเช่นเดียวกันและเป็นเรื่องที่โจทก์ที่ ๑, ๒ จะใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากคู่สัญญาต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาใน ๒ ข้อนี้ชอบแล้ว แต่ข้อที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า โจทก์ที่ ๑, ๒ มิใช่ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกนั้น ไม่ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๙ ซึ่งบัญญัติว่า ทายาทโดยธรรมมี ๖ อันดับ เมื่อโจทก์ที่ ๑, ๒ เป็นน้องชายของเจ้ามรดก โจทก์ที่ ๑, ๒ ย่อมเป็นทายาทโดยธรรมในลำดับที่ ๓ หรือที่ ๔ แล้วแต่กรณี

เพียงแต่ว่าโจทก์ที่ ๑, ๒ จะไม่มีสิทธิรับมรดกในเมื่อยังมีทายาทโดยธรรมในลำดับก่อนตนยังมีชีวิตอยู่ตามมาตรา ๑๖๓๐ เท่านั้น และทั้งนี้ต้องต่อเมื่อเจ้ามรดกมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้โจทก์ที่ ๑, ๒ ด้วย เมื่อฟ้องโจทก์บรรยายว่าโจทก์ที่ ๓ เป็นบุตรนางลุ้ย สัมมาพลเจ้ามรดก และโจทก์ที่ ๑, ๒ เป็นน้องชายเจ้ามรดกซึ่งมิได้ทำพินัยกรรมไว้เลยแล้วการที่จำเลยสมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นว่า เจ้ามรดกยกทรัพย์ให้จำเลยที่ ๔ ผู้เดียวตามฟ้อง ย่อมทำให้โจทก์ที่ ๓ผู้เป็นบุตรเจ้ามรดกเสียหาย แต่ไม่ทำให้โจทก์ที่ ๑, ๒ ผู้เป็นน้องชายเจ้ามรดกเสียหายด้วย เพราะจำเลยจะปลอมหรือไม่ปลอมพินัยกรรมโจทก์ที่ ๑, ๒ ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกของนางลุ้ยอยู่แล้ว และฟ้องมิได้บรรยายว่านางลุ้ยตั้งใจทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้โจทก์ที่ ๑, ๒ด้วยแล้วจำเลยปลอมพินัยกรรมขึ้นเป็นอย่างอื่น โจทก์ที่ ๑, ๒จึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีอาญาฐานปลอมพินัยกรรม ตลอดถึงข้อหาฐานเบิกความเท็จเรื่องพินัยกรรมปลอมนี้ได้ ผลแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ที่ ๑, ๒ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายปัญญา วัฒนะโชติ
ศาลอุทธรณ์ - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณะจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้