Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2078/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางและผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แสดงว่าเกิดปัญหาแล้วว่าคดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคท้าย ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางไม่มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด การที่ศาลแรงงานกลางได้พิจารณาพิพากษาคดีไปก่อนมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาจึงต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเคยเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานขับรถยนต์จำเลยที่ 2 ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการขนส่งบุหรี่ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2530 จำเลยที่ 1ได้รับมอบหมายจากโจทก์ให้นำรถยนต์ไปบรรทุกบุหรี่ที่โรงงานยาสูบ คลองเตยกรุงเทพมหานคร และจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่ควบคุมการบรรทุกบุหรี่ขึ้นรถยนต์เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยเมื่อรับมอบบุหรี่ขึ้นบรรทุกบนรถแล้ว จำเลยทั้งสองกลับบ้าน ปล่อยทิ้งรถยนต์บรรทุกบุหรี่ไว้ตามลำพังในบริเวณโรงงานยาสูบเป็นเหตุให้รถยนต์บรรทุกบุหรี่และบุหรี่ถูกคนร้ายลักไป ทำให้โจทก์เสียหาย นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ได้เคยทำหนังสือประนีประนอมยอมความและผ่อนชำระหนี้เพราะทำให้สินค้าโจทก์เสียหายอีกส่วนหนึ่ง และจำเลยที่ 1 รับเงินเดือนและค่าครองชีพของเดือนมีนาคม 2532เกินไป 2,714.50 บาท ซึ่งต้องคืนให้โจทก์

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน1,520,215.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเสียหายงวดก่อนและค่าจ้างส่วนที่เกินจำนวน 18,064.70 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลาง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ โจทก์เลิกจ้างจำเลยโดยไม่จ่ายค่าชดเชยและไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่จ่ายเงินบำเหน็จ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลยที่ 2โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแรงงานกลางได้ จำเลยทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ และจำเลยที่ 2ไม่มีสิทธิได้รับเงินที่ฟ้องแย้งพิพากษาให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน 1,520,214.81 บาท พร้อมดอกเบี้ย กับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน15,350.20 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 9 วรรคท้าย บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยเมื่อมีปัญหาว่า คดีใดอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานหรือไม่ คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ในวันนัดพิจารณา ศาลแรงงานกลางได้กำหนดไว้ในประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 ว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่เมื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้ว ได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ว่า ให้จัดส่งสำนวนให้อธีบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อ 1 เมื่อปรากฏว่าศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ให้โจทก์นำสืบก่อนทั้งหมดแล้วให้จำเลยสืบแก้ภายหลัง รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางลงวันที่ 3 ตุลาคม 2532 แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่มีการส่งสำนวนไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 แต่อย่างใด ได้มีการสืบพยานโจทก์และจำเลยจนเสร็จการพิจารณาแล้วผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 เสียเองว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง

ปัญหามีว่า ในกรณีเช่นนี้ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีอำนาจวินิจฉัยดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า เมื่อมีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ส่งสำนวไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด แสดงว่าผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางมีความสงสัยว่าคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ถือว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้วว่า คดีอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2523 มาตรา 9 วรรคท้าย ที่บัญญัติให้อำนาจแก่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางเท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด กรณีนี้ผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหามีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดไม่

เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลแรงงานกลางได้พิจารณาและพิพากษาคดีนี้ก่อนมีคำวินิจฉัยชี้ขาดของอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางจึงเป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นคดีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางส่งสำนวนให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางวินิจฉัยก่อนว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางหรือไม่แล้วดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11097/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง จำเลยทั้งสองให้การเพียงว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ใช่การจ้างแรงงาน โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้าง จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยเรียกร้องเงินตาม พ.ร.บ.คุ้มคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20446/2555

แม้จำเลยจะให้การว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน แต่ในรายงานกระบวนพิจารณาจำเลยยอมรับว่าเป็นลูกจ้างโจทก์จริง และศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับเดียวกันนั้นโดยไม่ได้กำหนดปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8789/2550

อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการที่จะพิจารณาว่าลูกจ้างละทิ้งหน้าที่โดยขาดงานเป็นเวลาสามวันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (5) หรือไม่ ต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดแจ้งเช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8395/2550

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 9 กำหนดให้ในกรณีที่นายจ้างจงใจไม่คืนหรือไม่จ่ายเงินประกัน ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย หรือค่าชดเชยพิเศษ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2549

คดีนี้จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานภาค 9 เพราะมูลคดีตามฟ้องมิได้เป็นกรณีที่จำเลยประพฤติผิดสัญญาจ้างดังฟ้อง คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงสงขลา เท่ากับจำเลยให้การต่อสู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้