Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดียังคงเหลือประเด็นต้องวินิจฉัยเฉพาะจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่เท่านั้น แต่พยานหลักฐานที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ระบุพยานเพิ่มเติมซึ่งเป็นพยานสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 2 โดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้นำพยานหลักฐานเฉพาะต่อจำเลยที่ 2 มานำสืบสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 เพราะเป็นพยานหลักฐานคนละส่วนกัน พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (9) เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังบัญญัติไว้ในมาตรานี้เกิดขึ้นให้เชื่อไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หาใช่บทบัญญัติให้เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนฟ้องเสมอไปไม่ แม้เจ้าหนี้มิได้ทวงถามหรือการทวงถามไม่ชอบตามมาตรา 8 (9) ดังกล่าว แต่เจ้าหนี้ นำสืบได้ว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามที่ฟ้อง เจ้าหนี้ก็มีอำนาจฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลาย ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องตามคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องของจำเลยไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 264 โดยอ้างว่า พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อปรากฏว่ากรณีตามคำร้องมิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติ แห่งกฎหมายดังกล่าวมาตราใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งปัญหาดังกล่าวได้ล่วงเลยมาถึงชั้นฎีกา ซึ่งจำเลยก็มิได้ ยื่นคำคัดค้านหรือฎีกาในปัญหาดังกล่าวมาด้วย กรณีจึงไม่เป็นประเด็นที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ ทั้งไม่มีเหตุที่จะส่ง คำร้องของจำเลยไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ ๑ เด็ดขาด ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นสมควร จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดียังคงเหลือประเด็นต้องวินิจฉัยเฉพาะจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่เท่านั้น เมื่อพยานหลักฐานที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ระบุพยานเพิ่มเติมนั้นเป็นพยานสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ โดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ ๑ จึงไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้นำพยานหลักฐานเฉพาะต่อจำเลยที่ ๒ มานำสืบสนับสนุนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๑ เพราะเป็นพยานหลักฐานคนละส่วนกัน

ส่วนที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาอีกประการหนึ่งว่า โจทก์มิได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้โจทก์เสียก่อนตามมาตรา ๘ (๙) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ กรณีจึงไม่เข้าข้อสันนิษฐานว่า จำเลยที่ ๑ มีหนี้สินล้นพ้นตัว เห็นว่า มาตรา ๘ (๙) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่าถ้ามีเหตุ อย่างหนึ่งอย่างใดดังบัญญัติไว้ในมาตรานี้เกิดขึ้นให้เชื่อไว้ก่อนว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หาใช่บทบัญญัติให้โจทก์ต้องบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ก่อนฟ้องเสมอไปไม่ แม้โจทก์มิได้ทวงถามหรือการทวงถามไม่ชอบด้วยมาตรา ๘ (๙) ดังกล่าว เมื่อโจทก์นำสืบได้ว่าจำเลยที่๑ มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้ล้มละลาย

ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ จำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องของจำเลยที่ ๑ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๘ โดยอ้างว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้น เห็นว่า กรณีตามคำร้องมิใช่เป็นการโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมาตราใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเป็นคำร้องที่เคลือบคลุม ทั้งปัญหาดังกล่าวได้ ล่วงเลยมาถึงชั้นฎีกา ซึ่งจำเลยที่ ๑ ก็มิได้ยื่นคำคัดค้านหรือฎีกาในปัญหาดังกล่าวมาด้วย กรณีจึงไม่เป็นประเด็นที่ ศาลฎีกาจะวินิจฉัยให้ ทั้งไม่มีเหตุที่จะส่งคำร้องของจำเลยที่ ๑ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติยาภรณ์ อาตมียะนันทน์ · สมปอง เสนเนียม · วินัส เรืองอำพัน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสมชาย พวงภู่
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้