Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จทก์จำเลยตกลงกันว่านับแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป โจทก์ไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการใดๆ ของห้างหุ้นส่วนและไม่ให้โจทก์เข้าไปก่อกวนความสงบและการทำงานของพนักงานต่างๆ ของห้างหุ้นส่วน ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายดังนี้ การที่โจทก์ไปพูดกับคนงานของจำเลยว่าทำงานมากหรือน้อย ก็ได้ค่าแรงเท่ากันก็ดี โจทก์ไปพูดกับผู้ส่งวัสดุก่อสร้างให้แก่จำเลยว่าจำเลยจะล้มละลายอยู่แล้ว ส่งของให้ทำไม ก็ดี ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์เข้าไปใช้สิทธิเกี่ยวข้องกับกิจการใดๆ ของจำเลยหรือเข้าไปก่อกวนความสงบและการทำงานของพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นการผิดต่อกฎหมายตามข้อตกลงในสัญญา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ลงทุนด้วยเงินและแรงงานในห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลย โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนตามที่ได้ตกลงกันไว้ ต่อมาโจทก์ขอรับเงินผลประโยชน์ตอบแทนจากจำเลยโดยขอเลิกไม่เกี่ยวข้องกับกิจการของจำเลย จำเลยคิดค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้โจทก์ 300,000 บาท มีกำหนดผ่อนจ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละ 2,500 บาท โดยวิธีออกเช็คล่วงหน้า โจทก์ได้รับชำระหนี้งวดแรกแต่งวดที่สองธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงิน 297,500 บาทและดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยหรือนายมานพมิได้ผิดนัดชำระหนี้ตามเช็คที่โจทก์ฟ้อง ในวันที่เช็คถึงกำหนด จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชี โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่สุจริตตามสัญญาโจทก์จำเลยตกลงเงื่อนไขกันว่า โจทก์จะต้องไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการดำเนินการก่อสร้างตลาดของจำเลยอีกต่อไป และจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการก่อกวนความสงบหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการดำเนินงานก่อสร้างตลาดของจำเลย หากโจทก์ผิดสัญญานี้โดยกลั่นแกล้งโดยผิดกฎหมายหรือศีลธรรม มิให้จำเลยดำเนินการก่อสร้างต่อไปโดยสะดวกเรียบร้อยตามปกติแล้ว โจทก์หมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าตอบแทน ต่อมาหลังจากโจทก์ได้รับเงินงวดแรกไปแล้ว โจทก์ทำผิดสัญญาจึงหมดสิทธิที่จะได้รับเงินดังกล่าว และจำเลยตัดฟ้องว่าสัญญาท้ายฟ้องไม่ผูกพันจำเลย และขอฟ้องแย้งให้โจทก์ส่งมอบเช็ค 35 ฉบับคืนให้แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นายมานพ เชิดสุริยา ทำสัญญาในนามของจำเลยจึงผูกพันจำเลย โจทก์มิได้ยุ่งเกี่ยวก่อกวนการก่อสร้างของจำเลยโจทก์ไม่ได้ผิดสัญญา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกฟ้องแย้งจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ปฏิบัติผิดเงื่อนไขในสัญญาโดยโจทก์ยุแหย่คนงานและยุแหย่พ่อค้ามิให้ส่งของให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลย เป็นการผิดสัญญาซึ่งจำเลยไม่ต้องจ่ายเงินตามสัญญาให้โจทก์นั้น เห็นว่า ตามที่จำเลยนำสืบว่ารู้จากคนงานเล่าให้ฟังว่าโจทก์ไปพูดยุแหย่คนงานว่า ทำงานมากหรือน้อยก็ได้ค่าแรงเท่ากัน และโจทก์พูดถึงนางมุ่ยจู นายสุกิจ ผู้ส่งวัสดุก่อสร้างให้แก่จำเลยว่า จำเลยจะล้มละลายอยู่แล้วส่งของให้ทำไม นั้นเมื่อได้พิจารณาสัญญาข้อ 5 และข้อ 6 ซึ่งระบุความไว้ว่า นับแต่วันทำสัญญาเป็นต้นไป โจทก์ไม่มีสิทธิเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจการใด ๆของห้างหุ้นส่วน และไม่ให้โจทก์เข้าไปก่อกวนความสงบและการทำงานของพนักงานต่าง

ๆ ของห้างหุ้นส่วน ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำของโจทก์แล้ว ห้างหุ้นส่วนจะไม่จ่ายเงินให้ตามข้อสัญญาดังกล่าวนี้ เห็นว่า ข้อที่จำเลยนำสืบมาดังกล่าวหากจะเป็นความจริงว่าโจทก์พูดเช่นนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องโจทก์เข้าไปใช้สิทธิเกี่ยวข้องกับกิจการใด ๆ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือเข้าไปก่อกวนความสงบและการทำงานของพนักงานของห้างหุ้นส่วน ซึ่งเป็นการผิดต่อกฎหมายตามนัยของข้อตกลงตามสัญญา อันจะถือว่าโจทก์ปฏิบัติผิดสัญญาที่ทำไว้กับจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้