Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในเดือนภาษีมีนาคม 2542 โจทก์มียอดภาษีมูลค่าเพิ่มชำระไว้เกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 536,712.40 บาท แต่โจทก์มิได้ไปขอคืนเป็นเงินสดหรือนำไปเป็นเครดิตภาษีหักกับภาษีที่ต้องชำระในเดือนถัดไปคือเดือนภาษีเมษายน 2542 ทั้ง ๆ ที่โจทก์ใช้สิทธิเช่นนั้นได้ ทำให้โจทก์ไม่สามารถนำมาเครดิตภาษีหักกับภาษีในเดือนต่อ ๆ ไปได้ แต่โจทก์ได้นำมาเป็นเครดิตภาษีหักในเดือนภาษีพฤษภาคม 2542 ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดของโจทก์อย่างแท้จริง ทั้งจำเลยก็อุทธรณ์รับว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยดี กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะงดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 89

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีมิถุนายนถึงสิงหาคม 2542 ให้โจทก์ชำระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มรวมทั้งสิ้น 703,815.74 บาท อ้างว่าโจทก์นำเครดิตภาษีไปใช้ในการคำนวณเพื่อยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีไม่ถูกต้อง โดยแสดงรายการภาษีชำระเกินยกมา ในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 2542 สูงกว่าสิทธิที่พึงได้รับ ทำให้การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีดังกล่าวไม่ถูกต้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการประเมินและคำวินิจฉัยดังกล่าว เนื่องจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปโดยถูกต้องแล้ว กล่าวคือในเดือนภาษีมีนาคม 2542 โจทก์มียอดภาษีมูลค่าเพิ่มชำระไว้เกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 536,712.40 บาท ต่อมาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มเดือนเมษายน 2542 โจทก์มิได้นำเครดิตภาษีดังกล่าวมาชำระภาษี แต่นำไปชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีพฤษภาคม 2542 ซึ่งเมื่อคำนวณภาษีแล้วปรากฏว่ายังมีเครดิตภาษีอยู่อีกเป็นจำนวน 505,096.28 บาท จึงนำไปชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีมิถุนายน 2542 ซึ่งในเดือนภาษีดังกล่าวนี้โจทก์มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องชำระจำนวน 190,765.08 บาท

เมื่อหักกับเครดิตภาษียกมาจำนวน 505,096.28 บาท จึงไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องชำระ และโจทก์ก็ได้นำเครดิตภาษีส่วนที่เหลือไปใช้ในการคำนวณภาษีสำหรับเดือนภาษีกรกฎาคมและสิงหาคม 2542 ต่อไปตามลำดับ การที่โจทก์มิได้นำเครดิตภาษีของเดือนภาษีมีนาคม 2542 ไปใช้คำนวณภาษีในเดือนภาษีเมษายน 2542 เนื่องจากการหลงลืมของเจ้าหน้าที่ มิได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงภาษีแต่อย่างใด และโจทก์ได้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบภาษีมาโดยตลอดจึงมีเหตุที่จะงดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ได้ แต่เจ้าพนักงานของจำเลยลดเบี้ยปรับให้เพียงร้อยละ 50 และเรียกเก็บเงินเพิ่มจากโจทก์คิดเป็นเบี้ยปรับจำนวน 205,593.45 บาท และเงินเพิ่มจำนวน 87,036.13 บาท ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ที่ สภ. 2/2010450/ฝ.1/7/45/59-61 จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โดยให้งดเบี้ยปรับแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในเดือนมีนาคม 2542 โจทก์มีเครดิตภาษีจำนวน 536,712.40 บาท เดือนเมษายน 2542 โจทก์ไม่มีภาษีขายคงมีแต่ภาษีซื้อจำนวน 24,490.88 บาท จึงไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระและโจทก์มิได้ขอคืนภาษี จึงมีภาษีที่ชำระไว้เกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 24,490.88 บาท ในเดือนภาษีพฤษภาคม 2542 โจทก์มียอดภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระจำนวน 10,513.55 บาท และได้แสดงยอดภาษีชำระเกินจำนวน 515,609.83 บาท หักด้วยเครดิตภาษีของเดือนภาษีเมษายน 2542 จึงมีภาษีต้องชำระและมีภาษีชำระเกินเป็นเครดิตภาษียกไปในเดือนมิถุนายน 2542 จำนวน 13,977.33 บาท เดือนมิถุนายน 2542 มียอดภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ แล้วเป็นภาษีที่ต้องชำระจำนวน 190,765.08 บาท

หักด้วยภาษีชำระเกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 13,977.33 บาท แต่โจทก์ได้นำภาษีที่ชำระเกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 505,096.28 บาท ทำให้ไม่มีภาษีที่ต้องชำระแต่เป็นภาษีที่ชำระเกินเป็นเครดิตภาษีจำนวน 314,331.20 บาท เดือนภาษีกรกฎาคม 2542 โจทก์แสดงยอดภาษีต้องชำระจำนวน 103,403.44 บาท หักด้วยเครดิตภาษีจำนวน 314,331.20 บาท จึงไม่มีภาษีต้องชำระ และมีเครดิตภาษีจำนวน 210,927.76 บาท เดือนภาษีสิงหาคม 2542 โจทก์แสดงยอดภาษีต้องชำระจำนวน 130,995.72 บาท หักด้วยเครดิตภาษีจำนวน 210,927.76 บาท จึงไม่มีภาษีต้องชำระ และมีเครดิตภาษีจำนวน 79,932.04 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษางดเบี้ยปรับแก่โจทก์ชอบหรือไม่ โดยจำเลยกล่าวอ้างว่า

คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยเห็นว่ากรณีของโจทก์เป็นการนำส่งภาษีคลาดเคลื่อน ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (3) ได้กำหนดให้ต้องเสียเบี้ยปรับอีกเท่าหนึ่งของภาษีที่คลาดเคลื่อนซึ่งเจ้าพนักงานประเมินได้พิจารณาลดเบี้ยปรับให้แล้วโดยคิดเบี้ยปรับเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย เป็นการลดเบี้ยปรับตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เห็นว่า ตามรายงานการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เอกสารหมาย ล. 1 ซึ่งวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในการของดหรือลดเบี้ยปรับ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานประเมินได้พิจารณาลดให้โดยให้เสียเบี้ยปรับร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2542 จึงไม่มีเหตุอันควรผ่อนผันที่จะพิจารณางดหรือลดให้อีก แต่ก็ปรากฏว่าในรายงานการประชุมดังกล่าว

แผ่นที่ 9 ได้ระบุเหตุที่มีการลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ก็คือ โจทก์เสียภาษีคลาดเคลื่อนหรือนำส่งเงินภาษีคลาดเคลื่อน ซึ่งสาเหตุความคลาดเคลื่อนนั้นปรากฏว่าโจทก์มิได้นำภาษีที่ชำระไว้เกินจำนวน 536,712.40 บาท ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนภาษีมีนาคม 2542 ไปขอคืนเป็นเงินสดหรือนำไปเป็นเครดิตภาษีหักกับภาษีที่ต้องชำระในเดือนถัดไปคือเดือนภาษีเมษายน 2542 ทั้ง ๆ ที่โจทก์ใช้สิทธิเช่นนั้นได้ ทำให้โจทก์ไม่สามารถนำมาเครดิตภาษีหักกับภาษีในเดือนต่อ ๆ ไปได้ แต่โจทก์ได้นำมาเป็นเครดิตภาษีหักในเดือนภาษีพฤษภาคม 2542 เห็นได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดของโจทก์อย่างแท้จริง ทั้งจำเลยก็อุทธรณ์รับว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบด้วยดี กรณีจึงมีเหตุสมควรที่จะงดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษางดเบี้ยปรับ ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีกร อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิระ โชติพงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · โนรี จันทร์ทร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3558/2566

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยทั้งสองมีเจตนากระทำความผิด ฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่าไม่มีเจตนากระทำความผิดเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาซึ่งขัดแย้งกับคำรับสา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5659/2561

การจะพิจารณาว่ากิจกรรมของโจทก์เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการขายหรือเพื่อรับจ้างให้บริการโฆษณาสินค้าให้แก่บริษัท ต. ควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดกิจกรรมของโจทก์ ซึ่งตามพยานหลักฐานเห็นได้ว่า โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8942/2560

การขายสินค้าถ้ามีการส่งมอบสินค้าพร้อมออกใบกำกับภาษี ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มย่อมเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าหรือไม่ ส่วนการให้บริการถ้ามีการออกใบกำกับภาษีพร้อมชำระค่าบริการ ควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8310/2557

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 78/2 ไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้ประกอบการที่วางหลักประกันโดยได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไว้เป็นพิเศษ ความรับผิดของโจทก์สำหรับสินค้าเครื่องจักรที่ไม่ได้รับอนุมัติให้ยกเว้นภาษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10698/2554

หนังสือแจ้งการประเมินแต่ละฉบับได้แสดงเหตุผลที่ประเมินว่า โจทก์แสดงยอดซื้อสูงไปเป็นเงินจำนวนเท่าใด และนำภาษีซื้อต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร มาตรา 82/5 (3) มาถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเป็นเงินจำนวนเท่าใด จึง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้