Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแสดงให้เป็นที่พอใจว่าต้นฉบับเอกสารสัญญากู้ยืมเงินได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้วศาลจึงรับฟังคู่ฉบับเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้และเมื่อโจทก์มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญโจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา653วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2532 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 1,000,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกวันที่ 6 ของเดือน โดยจำเลยนำโฉนดที่ดินเลขที่ 65480 เนื้อที่ 1 งาน 36 ตารางวา ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันหลังจากนั้นจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์เลย โจทก์จึงบอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์ภายในกำหนด 7 วัน แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินต้นจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 750,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือนในเงินต้น 1,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้โจทก์มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดที่ดินเลขที่ดังกล่าวไว้จนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จจำเลยให้การว่า

จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ ลายมือชื่อในช่องผู้กู้เป็นลายมือชื่อปลอม จำเลยไม่เคยมอบโฉนดที่ดินฉบับดังกล่าวให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันหนี้ตามคำฟ้อง ความจริงจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นประกันแก่โจทก์ในวงเงิน100,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2520 และโจทก์เป็นผู้ยึดถือต้นฉบับโฉนดที่ดินไว้ จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแพ่งขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและคืนโฉนดที่ดินฉบับดังกล่าวแก่จำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 4621/2537 โจทก์ไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดที่ดิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องเรียกเงินยืมจากจำเลยจำนวน1,000,000 บาท ตามสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.1ซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 สัญญากู้ยืมเงินต้องปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ แต่เอกสารหมาย จ.1 ปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท ไม่บริบูรณ์ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์แต่เพียงว่า คู่ฉบับสัญญากู้ยืมเงินตามเอกสารหมาย จ.1 รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมายหรือไม่ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 110บัญญัติว่า "คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารใด

แม้จะได้ปิดแสตมป์สำหรับคู่ฉบับหรือคู่ฉีดนั้นตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้แล้วก็ดีถ้ามิได้นำตราสารต้นฉบับหรือพยานหลักฐานแสดงให้เป็นที่พอใจว่าตราสารต้นฉบับนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว มิให้ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้น ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรสำหรับตราสารต้นฉบับและขีดฆ่าแล้ว"และมาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีกหรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้" เมื่อปรากฏตามคำเบิกความของโจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า สัญญากู้โจทก์เป็นผู้พิมพ์เอง 2 ฉบับ มอบให้จำเลยไป 1 ฉบับ และต้นฉบับที่จำเลยรับไปจะติดอากรแล้วหรือไม่ โจทก์จำไม่ได้ แล้วเบิกความใหม่ว่าได้ติดอากรแล้ว แต่จำนวนเท่าใดจำไม่ได้

ประกอบกับในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับคืนสัญญากู้ยืมเงินตามเอกสารหมาย จ.1 เพื่อนำไปปิดแสตมป์บริบูรณ์เสียก่อนย่อมส่อแสดงพิรุธ กรณีถือว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแสดงให้เป็นที่พอใจว่าต้นฉบับเอกสารสัญญากู้ยืมเงินรายนี้ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว จึงรับฟังคู่ฉบับเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามกฎหมาย เมื่อโจทก์มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 653 วรรคหนึ่งแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · สัญชัย สิงหลกะ · อำนวย หมวดเมือง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้