Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2072/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านเรือนที่จำเลยปลูกอยู่ที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินของโจทก์บังหน้าที่ดินของโจทก์ย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินติดต่อที่ชายตลิ่งเสียหาย คือไม่อาจใช้หรือรับประโยชน์จากที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ส่วนนั้นได้ต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษโจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อเรือนให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์เพื่อยังความเสียหายให้สิ้นไปได้จำเลยจะอ้างว่าโจทก์มีท่าน้ำเป็นสะพานคอนกรีตในที่ดินของโจทก์อีกแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ติดกันโดยโจทก์สามารถใช้สะพานนี้ลงคลองและใช้น้ำในคลองได้สะดวก โจทก์ไม่เสียหาย หาได้ไม่ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 คุ้มครองสิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน)แต่ละแปลงไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 6257เดิมจำเลยได้อาศัยที่ดินแปลงนี้บางส่วนปลูกเรือนอาศัยทางด้านชายตลิ่งริมคลองขนอน ครั้นต่อมาได้รื้อออกจากที่ดินของโจทก์ไปต่อเติมบ้านเรือนเดิมของจำเลยที่ปลูกอยู่ในที่ดินชายตลิ่งริมคลองขนอนซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งหลัง เป็นการกีดขวางที่ดินและหน้าที่ดินของโจทก์ทางด้านคลองขนอนทำให้โจทก์ใช้ประโยชน์ในที่ดินชายตลิ่งริมคลองขนอนไม่ได้เหมือนเดิม โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนออกไปแล้ว จำเลยไม่ยอมรื้อ จึงขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านเรือนและชานเรือนออกไปให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง

จำเลยให้การว่า จำเลยปลูกเรือนอยู่อาศัยในที่ชายตลิ่งริมคลองขนอนอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์จนมีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย เรือนจำเลยและที่ต่อเติมขยายออกไปไม่ได้บังหน้าที่ดินของโจทก์ โจทก์จะใช้ที่ดินด้านนี้ลงคลองขนอนได้สะดวก โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ทำแผนที่พิพาทและไปเผชิญสืบที่พิพาทแล้วให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย พิพากษาให้จำเลยรื้อบ้านเรือนและชานเรือนของจำเลยออกไปให้พ้นหน้าที่ดินโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏจากแผนที่พิพาทและการไปเผชิญสืบยังไม่อาจฟังได้ว่าโจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจริงหรือไม่ ควรให้มีการสืบพยานในประเด็นที่ว่านี้ พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานในประเด็นที่ว่าการที่จำเลยปลูกเรือนบังหน้าที่ดินโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายเกินควรจริงหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความเกี่ยวกับสภาพและตำแหน่งที่อยู่แห่งที่พิพาทพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดสิทธิของโจทก์จำเลยที่โต้เถียงกันตามมาตรา 1337 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้แล้ว และเห็นควรพิจารณาคดีนี้ไปโดยไม่สมควรต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบและตามแผนที่พิพาทว่า เรือนจำเลยปลูกอยู่ชายตลิ่งริมคลองขนอน หน้าที่ดินของโจทก์โฉนดที่ดิน 6257 จำเลยปลูกเรือนอยู่เกือบเต็มหน้าที่ดินของโจทก์ หน้าที่ดินของโจทก์ยาวตามริมคลองขนอนประมาณ 10 วาหรือ 20 เมตร ตัวเรือนของจำเลยยาว 11.35 เมตร กว้าง 5.90 เมตร ชานเรือนยาว 4 เมตร และมีบันไดทอดจากชานเรือนของจำเลยไปสุดเขตที่ดินของโจทก์ด้านทิศใต้

สุดแนวเขตที่ดินโจทก์ ด้านทิศใต้ต่อกับที่ชายตลิ่งมีกอไผ่ขนาดใหญ่ 1 กอขึ้นอยู่ และมีรั้วไม้กระดานกั้นยาว 1.50 เมตร คงเหลือทางตอนเหนือระหว่างระเบียงบ้านโจทก์กับระเบียงบ้านจำเลยซึ่งห่างกันประมาณ 1 เมตร เห็นว่า บ้านเรือนที่จำเลยปลูกอยู่ที่ชายตลิ่งหน้าที่ดินของโจทก์บังหน้าที่ดินของโจทก์ เช่นนี้ ย่อมทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินติดต่อที่ชายตลิ่งเสียหาย คือ ไม่อาจใช้หรือรับประโยชน์จากที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณประโยชน์ส่วนนั้นได้ต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อเรือนให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์เพื่อยังความเสียหายให้สิ้นไปได้ จำเลยว่าโจทก์มีท่าน้ำเป็นสะพานคอนกรีตกว้างประมาณ 1.50 เมตร

ยาว 3 เมตรทอดลงคลองขนอน โจทก์สามารถใช้สะพานนี้ลงคลองและใช้น้ำในคลองได้สะดวกโจทก์ไม่เสียหายนั้น เห็นว่า สะพานดังกล่าวอยู่ในที่ดินโฉนดที่ 3571 ของโจทก์แม้จะอยู่ติดกันก็แยกเป็นอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน) คนละแปลงกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 คุ้มครองสิทธิของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์(ที่ดิน) แต่ละแปลงไป จำเลยจะอ้างสะพานที่อยู่นอกที่ดินแปลงที่พิพาทนี้มายังโจทก์ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ศิริ อติโพธิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15876/2556

โจทก์ในฐานะผู้จัดสรรทำถนน ทางเท้าและรั้วคอนกรีตพิพาทล้อมรอบที่ดินของโครงการที่จัดสรรมาแต่เดิม ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการสัญจรและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในโครงการโดยเฉพาะ มิได้หมายที่จะใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2551

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ต่อเติมแนวกันสาดจากอาคารมากเกินความจำเป็นและไม่ได้วางแผงขายสินค้าบนถนน ฎีกาของจำเลยที่ว่ากระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิด เพราะโจทก์ยินยอมแล้วเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขัดแย้งแตกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5139/2550

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์อยู่ระหว่างที่ดินของโจทก์กับแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้ร้องสอดเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินสาธารณะหน้าที่ดินของโจทก์ โดยกั้นรั้วระหว่างที่ดินของโจทก์กับแม่น้ำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 877/2546

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากเทศบาลเมืองโพธารามเพื่อใช้เป็นสถานที่จอดรถสำหรับกิจการโรงแรมของโจทก์ ส่วนจำเลยทั้งสามเป็นเจ้าของตึกแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินข้างเคียงได้ติดตั้งหลังคากันสาดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินที…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้