Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2069/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้ต่อโจทก์ ต่อมาจำเลยขายที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องโดย ส่งมอบการครอบครองซึ่งมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย ผู้ร้องย่อมอยู่ในฐานะเป็นผู้รับโอนที่พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 735 เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่ผู้ร้องตามบทบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดที่พิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้อันเป็นการบังคับจำนองเอากับที่พิพาทได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมโดยจดทะเบียนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นประกัน ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ มิฉะนั้นให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาด แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงนำยึดที่ดินแปลงดังกล่าว ผู้ร้องร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องซึ่งซื้อมาจากจำเลย ขอให้ถอนการยึด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดที่ดินตามคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยจำเลยเป็นเจ้าของ จำเลยจดทะเบียนจำนองที่พิพาทเป็นประกันหนี้กู้ยืมเงินไว้ต่อโจทก์ ต่อมาจำเลยได้ขายที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องโดยมิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ได้ส่งมอบการครอบครองที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องแล้ว ต่อมาจำเลยไม่ชำระเงินคืนโจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้และนำยึดที่พิพาทเพื่อชำระหนี้ แล้ววินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์จะต้องบอกกล่าวบังคับจำนองต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๗๓๕ บัญญัติไว้หรือไม่ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๓๕บัญญัติว่า "เมื่อผู้รับจำนองคนใดจำนงจะบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองท่านว่าต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเดือนหนึ่งก่อนแล้วจึงจะบังคับจำนองได้" จึงเป็นที่เห็นได้ว่าบทบัญญัติมาตรา ๗๓๕ ดังกล่าวนี้เป็นบทบังคับให้ผู้รับจำนองจำต้องมีจดหมายบอกกล่าวบังคับจำนองให้ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนองทราบล่วงหน้าเป็นเวลาหนึ่งเดือนก่อน

เมื่อผู้รับโอนไม่ชำระหนี้ ผู้รับจำนองจึงจะมีสิทธิบังคับจำนองเอาจากทรัพย์สินที่จำนองได้ เมื่อข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องกับโจทก์นำสืบฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินที่มีหลักฐานเพียง น.ส. ๓ ที่พิพาทจึงเป็นที่ดินมือเปล่า ซึ่งผู้เป็นเจ้าของมีแต่สิทธิครอบครองเมื่อจำเลยได้โอนการครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องไปตามสัญญาซื้อขายตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ และจำเลย ได้ทำสัญญาเช่าที่พิพาทจากผู้ร้องในวันเดียวกันนั้น อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ส่งมอบการครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องตามสัญญาซื้อขาย ตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ แล้ว การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาตามสัญญาเช่าเป็นการอยู่โดยอาศัยสิทธิของผู้ร้องเท่านั้น

สิทธิครอบครองที่พิพาทจึงตกเป็นของผู้ร้อง โดยผลแห่งการโอนการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๘ การโอนการครอบครองระหว่างจำเลยกับผู้ร้องเช่นนี้ย่อมมีผลบังคับได้ตามบทกฎหมายข้างต้นแม้การโอนดังกล่าวจะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๔ ทวิ ก็หาตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ร้องย่อมอยู่ในฐานะเป็นผู้รับโอนที่พิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินจำนองตามมาตรา ๗๓๕ ด้วย เมื่อโจทก์ยังมิได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่ผู้ร้องตามบทบัญญัติดังกล่าวนั้น โจทก์ย่อมไม่มีสิทธินำยึดที่พิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้อันเป็นการบังคับจำนองเอากับที่พิพาทได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสุรชัย พิริยชนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้