Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2065/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้ขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานใหญ่จากบ้านเลขที่ 703 เป็นบ้านเลขที่ 9/81 ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2550 และนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2550 นอกจากนี้ตามคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืนฉบับลงวันที่ 25 มิถุนายน 2551 และหนังสือมอบอำนาจแนบท้ายคำแถลงรวมทั้งหนังสือรับรองของโจทก์ที่โจทก์แนบมาท้ายคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาก็ได้ระบุภูมิลำเนาแห่งใหม่ของโจทก์ไว้ กรณีจึงเชื่อได้ว่า โจทก์ได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ ณ ที่ทำการใหม่แล้ว ตั้งแต่ก่อนวันที่เจ้าหน้าที่ศาลนำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่ง ดังนั้น การส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ตามภูมิลำเนาเดิมโดยวิธีปิดหมายจึงเป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าโจทก์รับหมายนัดและสำเนาฎีกาแล้ว เมื่อศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ใหม่ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นที่ว่ามีเหตุสมควรขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาให้โจทก์หรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยและมีคำสั่งให้ส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลรายงานต่อศาลว่าได้นำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่งให้แก่โจทก์ที่บ้านเลขที่ 703 อาคารรัชฎาสวีท ถนนวงศ์สว่าง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2551 และสามารถส่งให้ได้โดยวิธีปิดหมาย ครั้นวันที่ 9 ธันวาคม 2551

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาโดยอ้างว่า โจทก์ได้ย้ายสำนักงานแห่งใหญ่จากบ้านเลขที่ 703 ไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 9/81 ซอยรัชประชา 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครแล้ว โจทก์จึงไม่ได้รับหมายนัดและสำเนาฎีกา เป็นเหตุให้ไม่สามารถยื่นคำแก้ฎีกาได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่ปรากฏว่าโจทก์ย้ายภูมิลำเนาไปก่อนส่งสำเนาฎีกา ประกอบกับได้มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาแล้วจึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์และมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์มายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาของโจทก์ โจทก์ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของโจทก์มายังศาลฎีกาเป็นการไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้วศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของโจทก์ไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาและพิพากษา ซึ่งโจทก์อุทธรณ์ว่าการส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากโจทก์ได้ย้ายสำนักงานแห่งใหญ่จากบ้านเลขที่ 703 ไปอยู่ที่บ้านเลขที่ 9/81 ซอยรัชประชา 2 แขวงลาดยาว

เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 อันเป็นเวลาก่อนการส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาในคดีนี้ และหากเจ้าหน้าที่ศาลได้นำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่งให้แก่โจทก์ที่บ้านเลขที่ 703 โดยวิธีปิดหมายจริง บุคคลที่เฝ้าอาคารดังกล่าวก็จะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบ ซึ่งหากโจทก์ทราบว่ามีการส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ โจทก์ก็ต้องยื่นคำแก้ฎีกาอย่างแน่นอน เห็นว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความจากคำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด เอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 3 ว่า โจทก์ได้ขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่จากบ้านเลขที่ 703 อาคารรัชฎาสวีท ถนนวงศ์สว่าง แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เป็นบ้านเลขที่ 9/81 ซอยรัชประชา 2 แขวงลาดยาว

เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2550 และนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2550 นอกจากนี้ตามคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืนฉบับลงวันที่ 25 มิถุนายน 2551 และหนังสือมอบอำนาจแนบท้ายคำแถลง รวมทั้งหนังสือรับรองของโจทก์ที่โจทก์แนบมาท้ายคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาก็ได้ระบุภูมิลำเนาแห่งใหม่ของโจทก์ไว้ กรณีจึงเชื่อได้ว่าโจทก์ได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ ณ ที่ทำการแห่งใหม่แล้วตั้งแต่ก่อนวันที่เจ้าหน้าที่ศาลนำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่ง ดังนั้น การส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ตามภูมิลำเนาเดิมโดยวิธีปิดหมายจึงเป็นการไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับหมายนัดและสำเนาฎีกาแล้ว เมื่อศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ใหม่ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นที่ว่ามีเหตุสมควรขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาให้โจทก์หรือไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ใหม่ แล้วดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับในชั้นนี้ในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · มานัส เหลืองประเสริฐ · ธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้