Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือสัญญากู้เงินมีข้อความว่า ถ้าผู้กู้ผิดนัดชำระดอกเบี้ยงวดหนึ่งงวดใด ผู้กู้ยินยอมให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัดทุกงวด และให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราที่กำหนดไว้ตามประกาศของธนาคารที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นจนกว่าผู้กู้จะชำระหนี้คืนจนครบถ้วนและตามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองมีข้อความว่าถ้าผู้จำนองผิดนัดชำระหนี้ ผู้จำนองยอมให้ผู้รับจำนองคำนวณดอกเบี้ยที่ผิดนัดได้ในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่กำหนดไว้ตามประกาศของผู้รับจำนอง ดังนี้ เมื่อจำเลยผิดนัดชำระหนี้ การที่ธนาคารโจทก์คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีตามประกาศของโจทก์จึงเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญากู้และสัญญาจำนอง และเมื่อในขณะนั้นประกาศของโจทก์ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้ไม่เกินร้อยละ 18 ต่อปีตามที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้อำนาจไว้ ข้อตกลงในสัญญาดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันจะทำให้ตกเป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2536 จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 1,800,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปีและยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้โดยสัญญาผ่อนชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเดือนละ 23,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม2536 ทั้งที่กำหนดชำระเสร็จภายในวันที่ 15 เมษายน 2541 จำเลยจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 196796 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้โดยยินยอมให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ที่ขาดจากการบังคับจำนองจนครบ จำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์เพียงบางส่วน โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแต่ส่งหนังสือให้แก่จำเลยไม่ได้จึงประกาศทางหนังสือพิมพ์จำเลยก็ไม่ชำระ คำนวณถึงวันฟ้อง

จำเลยค้างชำระเงิน1,795,936.98 บาท ดอกเบี้ยในอัตราตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย 987,494.02 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน2,783,431 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงิน1,795,936.98 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จหากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนกว่าจะครบจำเลยให้การว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปีเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ในสัญญาและเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดดอกเบี้ยจึงเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน2,095,636.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15.5 ต่อปีในต้นเงิน 1,795,936.98 บาท

นับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2537ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2538 และอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงินจำนวนเดียวกัน นับแต่วันที่ 10 มีนาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 196796 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี (ที่ถูกอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้จนครบ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมายจ.2 และได้จดทะเบียนจำนองที่ดินไว้แก่โจทก์ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันและข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองเป็นประกันเอกสารหมาย

จ.4 และ จ.5 ตามลำดับ ต่อมาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดนัดจากจำเลยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีตามอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อผิดนัดในประกาศของธนาคารโจทก์ เรื่องกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดเอกสารหมาย จ.18 คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปีหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า สัญญากู้และสัญญาจำนองกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ 16ต่อปี โดยมิได้กำหนดให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดไว้ในอัตราร้อยละ 18ต่อปี การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ และสัญญาจำนองดังกล่าวจึงขัดต่อสัญญา ทั้งข้อตกลงในสัญญาที่ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดนัดได้ตามประกาศของธนาคารโจทก์

ก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะเปิดช่องให้โจทก์คิดดอกเบี้ยได้ตามอำเภอใจจึงตกเป็นโมฆะเห็นว่า แม้ในสัญญากู้และสัญญาจำนองจะมิได้กำหนดให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดไว้ในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ก็ตาม แต่ตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 4 มีข้อความว่าถ้าผู้กู้ผิดนัดชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยงวดหนึ่งงวดใดผู้กู้ยินยอมให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัดทุกงวดและยินยอมที่จะให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราที่กำหนดไว้ตามประกาศของธนาคารที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นจนกว่าผู้กู้จะชำระหนี้คืนให้แก่ผู้ให้กู้จนครบถ้วนสิ้นเชิง และตามข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองเป็นประกัน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจำนอง ข้อ 2 วรรคสอง

มีข้อความว่า ถ้าผู้จำนองผิดนัดชำระหนี้และดอกเบี้ยตามสัญญานี้ ผู้จำนองยอมให้ผู้รับจำนองคำนวณดอกเบี้ยที่ผิดนัดได้ในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่กำหนดไว้ตามประกาศของผู้รับจำนองที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นดังนี้ เมื่อต่อมาจำเลยผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ตามประกาศของโจทก์จึงเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญากู้และสัญญาจำนองดังกล่าวมาข้างต้นทุกประการและเมื่อในขณะนั้นประกาศของโจทก์เรื่องกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดตามสำเนาเอกสารหมาย จ.18ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อผิดนัดไว้ไม่เกินร้อยละ 18 ต่อปีตามที่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้อำนาจไว้ ข้อตกลงในสัญญาที่ให้โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดนัดได้ตามประกาศของธนาคารโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้วและหาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนอันจะทำให้ตกเป็นโมฆะดังที่จำเลยฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · สุรพล เจียมจูไร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2552 (เลขอ้างอิง 503142)

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 10 ที่ 13 ถึงที่ 24 และที่ 36 อุทธรณ์ว่า การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 10 ที่ 13 ถึงที่ 24 และที่ 36 ครบถ้วนแล้วโดยพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2680/2551

จำเลยทำสัญญาประกันผู้ต้องหากับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารโดยมีร้อยตำรวจเอก อ. เป็นผู้รับสัญญาเป็นตัวแทนคู่สัญญากับจำเลย ร้อยตำรวจเอก อ. จึงมิได้กระทำในฐานะส่วนตัว เมื่อจำเลยไม่ส่งผู้ต้องหาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2551

จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เชื่อโดยสุจริตว่าบัตรภาษีตามฟ้องถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าจำเลยที่ 1 ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรจริงเพราะเหตุใด ที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่า จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7916/2546

การที่ธนาคารโจทก์ตกลงกับจำเลยที่ 1 ไว้ในสัญญาทรัสต์รีซีทให้โจทก์เป็นฝ่ายมีสิทธิเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนอัตราใดอัตราหนึ่งในระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่โจทก์ได้ชำระเงินค่าสินค้า หรืออัตราแลกเปลี่ยนที่ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้