Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับจำเลยแถลงร่วมกันต่อศาลชั้นต้น โดยตกลงให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปดำเนินการรังวัดปักหลักเขตตามข้อตกลงอีกครั้งหนึ่ง และโจทก์จำเลยยินยอมให้ถือเอาผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในครั้งหลังเป็นยุติดังนี้ เป็นการแสดงเจตนาให้ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับผลการรังวัดปักหลักเขตครั้งที่แล้ว เมื่อการรังวัดปักหลักเขตของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมีผลเป็นประการใด คู่ความทั้งสองฝ่ายย่อมต้องผูกพันตามข้อตกลงที่ได้แถลงต่อศาล.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากเดิมโจทก์ฟ้องว่า อาคารตึกแถวของจำเลยรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินโฉนดของโจทก์ โจทก์จำเลยได้ตกลงให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินมารังวัดสอบเขตที่ดินโฉนดทั้งสองแปลงอย่างไม่เป็นทางการ โจทก์และจำเลยได้ทำบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาทตามเอกสารหมาย จ.1 โดยยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินทำการลงหมุดปักหลักเขตบนที่ดินของทั้งสองฝ่ายให้เป็นไปตามผลการคำนวณเนื้อที่ตามความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ในโฉนดของที่ดินทั้งสองแปลง จำเลยไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินดำเนินการ ขอให้จำเลยยินยอมให้ดำเนินการตามข้อตกลง

จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ตกลงให้คำนวณเนื้อที่จากโฉนดที่ดิน แต่ตกลงให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินลงหมุดหลักเขตตามการครอบครองที่เป็นจริง ศาลฎีกาพิพากษายืนให้จำเลยปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า โจทก์ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้วแต่จำเลยไม่ยอมรับรองการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินศาลชั้นต้นนัดพร้อมและมีคำสั่งให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาดังกล่าวจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนว่า เจ้าหน้าที่กรมที่ดินที่ฝ่ายโจทก์นำไปดำเนินการกระทำไปถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลย แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีระหว่างการไต่สวนของศาลชั้นต้น ทั้งสองฝ่ายได้ทำความตกลงให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปทำการรังวัดและคำนวณเนื้อที่ของที่ดินตามบันทึกข้อตกลงเอกสารหมาย จ.1 โดยโจทก์จำเลยถือเอาการรังวัดปักหลักเขต และการคำนวณเนื้อที่ดินของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเป็นข้อยุติตามรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม2528 ต่อมาศาลชั้นต้นนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินมาแถลงประกอบแผนที่ วันนัดจำเลยคัดค้านว่า แผนที่ของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไม่ถูกต้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การรังวัดของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินซึ่งปรากฏผลว่า แนวเขตโฉนดที่ดินของจำเลยที่จำเลยนำชี้รุกล้ำเข้าไปในแนวเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ เป็นผลการรังวัดที่ถูกต้องจึงให้บังคับคดีไปตามแผนที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนการรังวัดของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินว่า

กระทำไปถูกต้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ และมีคำสั่งใหม่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นบังคับคดีว่าเป็นการสมควรที่จะให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนเกี่ยวกับการรังวัดของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินครั้งที่สองตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมาหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ในชั้นไต่สวนของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการรังวัดของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในครั้งแรกก่อนที่จะมีคำสั่งในปัญหาพิพาทนี้ โจทก์จำเลยได้ขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือถึงกรมที่ดินให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปจัดการลงหมุดปักหลักเขตบนที่ดินทั้งสองฝ่ายตามบันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยลงวันที่ 13 กันยายน2521 ตามเอกสารหมาย จ.1 หากเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปจัดการลงหมุดปักหลักเขตบนที่ดินทั้งสองฝ่ายแล้ว คู่ความยอมให้ถือว่าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้รังวัดลงหมุดปักหลักเขตโดยถูกต้องตามข้อตกลงโดยไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงได้มีหนังสือถึงกรมที่ดินขอให้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงของโจทก์จำเลยโดยทั้งสองฝ่ายตกลงเสียค่าใช้จ่ายในการนี้คนละครึ่ง

ปรากฏตามหนังสือของศาลแพ่งลงวันที่ 27 สิงหาคม 2528 ต่อมาสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครได้มีหนังสือถึงศาลแพ่งแจ้งผลการรังวัดปักหลักเขตที่ได้กระทำเสร็จสิ้นแล้ว โดยในการรังวัดปักหลักเขตได้ใช้หลักฐานการรังวัดเดิมแต่ครั้ง พ.ศ. 2496 ซึ่งปรากฏว่าได้รูปแผนที่และเนื้อที่เท่าเดิมตามโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงและแนวเขตที่จำเลยนำชี้อ้างว่าเป็นของจำเลยปรากฏว่ารุกล้ำเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ปรากฏตามหนังสือของนายปัญญา พานิชปฐม เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2529 พร้อมแผนที่ที่แนบมาดังนี้ เห็นว่า การที่โจทก์จำเลยได้แถลงข้อตกลงร่วมกันต่อศาลชั้นต้น ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 23 สิงหาคม 2528ดังกล่าวเป็นการแสดงเจตนาให้ระงับ ข้อพิพาทเกี่ยวกับผลการรังวัดปักหลักเขตครั้งที่แล้วโดยตกลงให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปดำเนินการรังวัดปักหลักเขตตามข้อตกลงเอกสารหมาย

จ.1 อีกครั้งหนึ่ง และทั้งสองฝ่ายยินยอมให้ถือเอาผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในครั้งหลังนี้เป็นยุติ ดังนั้น เมื่อการรังวัดปักหลักเขตของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินมีผลเป็นประการใดแล้วทั้งสองฝ่ายย่อมต้องผูกพันตามข้อตกลงที่ได้แถลงต่อศาลไว้ จำเลยจะโต้แย้งเมื่อปรากฏว่าผลการรังวัดปักหลักเขตของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไม่สมประโยชน์แก่ตนโดยเหตุว่าเจ้าพนักงานที่ดินได้ใช้หลักฐานการรังวัดเดิมแต่ครั้ง พ.ศ. 2496 ในการรังวัดและคำนวณเนื้อที่เพื่อกำหนดหลักเขตโฉนดมิได้ เพราะบันทึกตามเอกสารหมาย จ.1 เป็นข้อตกลงที่ให้ถือเอาผลการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเป็นข้อยุติโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ทั้งจำเลยก็มิได้คัดค้านว่าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินได้กระทำไปโดยเจตนามิชอบแต่อย่างใด..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้