Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บุตรโจทก์กับบุตรจำเลยเป็นเพื่อนกันได้พากันขับรถพาเพื่อนออกไปเที่ยวโดยมีบุตรโจทก์เป็นผู้ขับ หลังจากพาเพื่อนกลับมาแล้วบุตรโจทก์ได้ขับรถออกไปกับบุตรจำเลยอีก โดยจำเลยไม่ทราบและไม่มีพฤติการณ์ใดที่ส่อแสดงให้เห็นว่าบุตรจำเลยจะทำหน้าที่ขับรถแทนบุตรโจทก์ หลังจากนั้นบุตรจำเลยโดยความประมาทเลินเล่อขับรถโจทก์ไปประสบอุบัติเหตุเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังดูแลบุตรจำเลยตามสมควรแก่หน้าที่ในขณะนั้นแล้ว จำเลยไม่ต้องร่วมรับผิดกับบุตรผู้เยาว์ด้วย แม้จำเลยจะไม่ต้องร่วมรับผิดกับบุตรผู้เยาว์ในผลแห่งละเมิดที่บุตรผู้เยาว์กระทำลงเพราะจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าหลังจากเกิดเหตุจำเลยได้ไปตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการที่บุตรจำเลยทำละเมิดต่อพนักงานสอบสวน แสดงว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการทำละเมิดของบุตรจำเลย ข้อตกลงดังกล่าวจึงผูกพันจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายเขตภูมิ แดงโสภณ อายุ ๑๙ ปี ผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรอยู่ในความปกครองของจำเลย ได้ขับรถยนต์ของโจทก์ไปธุรกิจส่วนตัว นายเขตภูมิขับรถไปตามถนนสายสุพรรณบุรี-อ่างทอง ด้วยความเร็วสูงและในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ชนรถบรรทุกซึ่งขับสวนทางมา เป็นเหตุให้รถยนต์โจทก์เสียหาย จำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายเขตภูมิผู้เยาว์ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน ๔๗,๙๙๓ บาท ซึ่งจำเลยยอมรับชดใช้ตามบันทึกของพนักงานสอบสวน โจทก์ทวงถามค่าเสียหายแต่จำเลยผัดผ่อนเสมอมา ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า วันเกิดเหตุนายบุญทวี เรือนภู่ บุตรโจทก์ชวนนายเขตภูมิบุตรจำเลยไปเที่ยวโดยนายบุญทวีเป็นคนขับรถ จำเลยห้ามก็ไม่เชื่อฟังและไปดื่มสุราจนนายบุญทวีครองสติไม่ได้ จึงให้นายเขตภูมิขับรถแทน จนเกิดเหตุขึ้น จำเลยมิได้ไปด้วยไม่มีโอกาสห้ามนายเขตภูมิมิให้ขับรถ จำเลยไม่ต้องรับผิดและจำเลยไม่เคยตกลงใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ค่าเสียหายไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้นแล้ว จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับนายเขตภูมิ การที่จำเลยรับว่าจะชดใช้ค่าเสียหายและรับซ่อมให้ตามเอกสารหมาย จ.๑ มิใช่เป็นการรับสารภาพความผิด พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเอกสารหมาย จ.๑ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาซึ่งมีมูลหนี้มาจากบุตรจำเลยทำละเมิดจึงต้องผูกพันตามกฎหมาย พิพากษากลับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่ผู้เยาว์ทำละเมิดบิดามารดาย่อมต้องรับผิดร่วมกับผู้เยาว์ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น ทั้งนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๙ ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายบุญทวีบุตรโจทก์ขับรถยนต์ของโจทก์พาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว ครั้นกลับมาแล้วก็ออกไปอีกกับนายเขตภูมิเพียง ๒ คน บอกว่าจะไปรับประทานข้าวต้ม ไม่มีพฤติการณ์ใดที่ส่อให้เห็นว่านายเขตภูมิจะต้องทำหน้าที่ขับรถแทนนายบุญทวี ที่นายเขตภูมิออกจากบ้านไปกับนายบุญทวีในตอนหลังนี้จำเลยไม่ทราบ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยใช้ความระมัดระวังดูแลนายเขตภูมิตามสมควรแก่หน้าที่ในขณะนั้นแล้ว แต่ข้อเท็จจริงยังได้ความต่อไปว่าในตอนเช้าวันเกิดเหตุนั้นเอง

จำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายเขตภูมิได้ตกลงต่อหน้าพนักงานสอบสวนยินยอมใช้ค่าเสียหายและรับซ่อมรถยนต์ให้โจทก์ด้วย ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๑ ซึ่งมีความว่า "ส่วนรถเก๋งยี่ห้อเฟียตหมายเลขทะเบียน ส.พ.๐๗๓๓๐ ซึ่งนางเพ็ญแข เรือนภู่ บ้านเลขที่ ๓๘๑๒ ถนนมาลัยแมน ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นเจ้าของรถและได้รับความเสียหายเนื่องจากนายเขตภูมิได้ขับรถยนต์ไปชนกับรถยนต์ของผู้อื่น นางมาริสายินดีจะชดใช้ค่าเสียหายและรับซ่อมให้ โดยนางมาริสากับนางเพ็ญแขได้ตกลงกันเองเรียบร้อยแล้ว" ข้อตกลงดังกล่าวแสดงว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการทำละเมิดของนายเขตภูมิ ข้อตกลงดังกล่าวจึงผูกพันจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ · เสนอ ศรนิยม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้