Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2054/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 ประกอบด้วยมาตรา 22(3)บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทนั้นจำนวนเงินที่ฟ้องนี้หมายถึง จำนวนเงินรวมกันในคำฟ้องที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระไม่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะเกิดจากมูลหนี้รายเดียวหรือมูลหนี้หลายรายรวมกันก็ตามเมื่อรวมจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้เหล่านั้นแล้วมีจำนวนไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาหากรวมกันแล้วเกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็ไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 22

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็ค 6 ฉบับจำนวนเงินฉบับละ 5,000 บาท ซึ่งถึงกำหนดจ่ายเงินต่างวันกัน รวมเงิน 30,000 บาทและเรียกดอกเบี้ยอีก 1,300 บาทรวมเป็น 31,300 บาทศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องของโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าเช็คที่โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ละฉบับจำนวนเงินไม่เกิน 10,000 บาทอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ไม่รับคำฟ้องให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 ประกอบด้วยมาตรา 22(3) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 และมาตรา 4 บัญญัติให้ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งซึ่งราคาทรัพย์สินที่พิพาทหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทนั้นจำนวนเงินที่ฟ้องตามบทบัญญัติดังกล่าวนี้หมายถึงจำนวนเงินรวมกันในคำฟ้องที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระไม่ว่าจำนวนเงินดังกล่าวจะเกิดจากมูลหนี้รายเดียวหรือมูลหนี้หลายรายรวมกันก็ตาม

เมื่อรวมจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้เหล่านั้นแล้วมีจำนวนไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาหากจำนวนเงินที่ฟ้องในมูลหนี้รายเดียวหรือหลายรายรวมกันแล้วเกินหนึ่งหมื่นบาทคดีก็ไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา คดีนี้แม้หนี้ตามเช็คแต่ละฉบับตามฟ้องจะมีจำนวนเงินเพียง 5,000 บาท แต่เมื่อรวมหนี้ตามเช็คทั้ง 6 ฉบับ และดอกเบี้ยแล้วเป็นจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยถึง 31,300 บาท คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2887/2540

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,83 ต่อศาลแขวง โดยบรรยายฟ้องแยกเป็น 3 ข้อ แต่ละข้อวันเวลาเกิดเหตุต่างกันและการกระทำของจำเลยไม่เหมือนกันแต่ละกรรมเป็นความผิดสำเร็จในตัวเองจึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820/2531

ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 15 และมาตรา 22(5)ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกิน3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2527

คดีจำเลยต้องหาว่ากระทำผิดฐานยักยอกซึ่งอัตราโทษอยู่ในอำนาจศาลแขวงนั้น แม้โจทก์จะขอให้ใช้ราคาทรัพย์มากมายเพียงใด ศาลแขวงก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2483 (เลขอ้างอิง 70557)

คดีอาญาซึ่งมีอัตราโทษเกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้นั้น ศาลแขวงมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องและเห็นว่าไม่มีมูลก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้ บทบัญญัติในมาตรา 167 แห่ง ประมวล วิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นบทบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2481

+คดีที่ศาลสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์โดยเกินอำนาจศาลนั้น เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา แต่ได้ยื่นฟ้องใหม่ในศาลที่มีอำนาจแล้วถึงแม้คดีเดิมยังไม่เสร็จเด็ดขาดเพราะจำเลยฎีกาก็ดี ก็ไม่เป็นเหตุขัดขวางคือการดำเนินคดีใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้