Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 1 นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่มาเปลี่ยนกับตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกที่จำเลยที่ 1 ออกให้ไว้แก่โจทก์นั้นไม่ใช่การชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกยังไม่ระงับเพราะยังไม่มีการชำระเงินเพียงแต่เปลี่ยนไปผูกพันกันตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่เท่านั้น จำเลยที่ 2 เข้าค้ำประกันการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ 1 ออกไว้ให้แก่โจทก์ในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาทโดยไม่ระบุว่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใดและไม่ได้ระบุระยะเวลาไว้ และยังตกลงยินยอมให้หนังสือสัญญาค้ำประกันมีผลใช้บังคับได้ตลอดไป จนกว่าธนาคารจะบอกเลิกเพิกถอนการอำนวยสินเชื่อ แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เจตนาค้ำประกันหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่จำกัดจำนวนฉบับและไม่จำกัดระยะเวลาตลอดไปภายในวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท จำเลยที่ 2 จึงต้องผูกพันในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ในตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับสุดท้ายที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2525 จำเลยที่ 1ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารโจทก์ สาขาอุดรธานี ครั้นถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2528 จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 16.5 ต่อปี เป็นเงิน 5,843,744.91 บาท และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2526 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจำนำสินค้าประเภทมันเส้นและมันเม็ด เพื่อประกันการชำระหนี้ประเภทตั๋วสัญญาใช้เงินในวงเงิน 1,000,000 บาท ไว้แก่โจทก์และในวันดังกล่าวจำเลยที่ 2ได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ในการที่โจทก์ให้สินเชื่อแก่จำเลยที่ 1 โดยทำเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ เมื่อวันที่20 สิงหาคม 2527 จำเลยที่ 1 ได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่อด.676/2527 สัญญาว่าจะใช้เงิน 1,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ในวันที่ 23 ตุลาคม 2527 มาแลกเงินสดไปจากโจทก์ และสัญญาว่าหากผิดนัดยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 17.5 ต่อปี

เมื่อถึงวันที่ 23ตุลาคม 2527 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดตามตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยที่ 1 ไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว โจทก์จึงคิดดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2528 ในอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี เป็นต้นเงินและดอกเบี้ย 1,118,438.35 บาทซึ่งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันในหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในจำนวนเงินเดียวกันนั้น1,118,438.35 บาท โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 5,843,744.91 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,118,438.35 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,000,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจริงตามฟ้อง แต่จำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วนแล้วแต่โจทก์ไม่ได้ตัดทอนบัญชี ทำให้ยอดเงินตามฟ้องไม่ถูกต้องจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ทำสัญญาขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินไว้กับโจทก์เป็นเงิน 1,000,000 บาท โดยจำนำมันเส้นและมันเม็ดเป็นประกันและมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันด้วย กำหนดชำระเงินคืนภายใน45 วัน เมื่อสัญญาดังกล่าวครบกำหนดแล้วโจทก์ขยายเวลาให้จำเลยที่ 1 อีก 5 ครั้ง โดยเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินถึง 5 ฉบับ ฉบับสุดท้ายลงวันที่ 20 สิงหาคม 2527 นอกจากนี้สัญญาจำนำสินค้าลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2526 โจทก์เพิ่มเติมข้อความขึ้นเองจากข้อความว่ามันเส้นและมันเม็ดเป็นมันเส้นและมันเม็ดและสินค้าพืชไร่ประเภทข้าวทุกชนิด

สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆียะ ฉะนั้นการขยายเวลาตามตั๋วสัญญาใช้เงินก็ดี การเพิ่มเติมข้อความก็ดีโจทก์ไม่ได้แจ้งหรือรับความยินยอมจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ไม่รับรองและจำเลยที่ 2 ย่อมพ้นความรับผิด ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาค้ำประกันลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2526 ประกันการที่จำเลยที่ 1 นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2526 มาแลกเงินสดไปจากโจทก์จำเลยที่ 2 จึงรับผิดต่อโจทก์เฉพาะตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับดังกล่าวนี้เท่านั้น และจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้ว โดยโจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 นำตั๋วสัญญาใช้เงินมาแลกเงินสดกับโจทก์อีก 5 ครั้ง หนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกจึงเป็นอันระงับไป

ดังนั้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์ 2 จำนวนคือ ให้ชำระเงินจำนวน 5,801,827.67 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ16.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2528จนกว่าจะชำระเสร็จและให้ชำระเงินจำนวน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน

จำนวน 1,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2527จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาจะต้องวินิจฉัยจึงมีว่า การที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่มาเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกที่จำเลยที่ 1 ออกไว้ให้แก่โจทก์ถือเป็นการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกแล้วหรือไม่ และสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 เป็นการค้ำประกันเฉพาะตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกหรือค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินทุกฉบับรวมทั้งฉบับสุดท้ายด้วย เห็นว่า การที่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 นำตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่มาเปลี่ยนกับตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกที่จำเลยที่ 1 ออกให้ไว้แก่โจทก์นั้น

มิใช่เป็นการชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกยังไม่ระงับเพราะยังไม่มีการชำระเงิน เพียงแต่เปลี่ยนไปผูกพันกันตามตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใหม่เท่านั้น และตามสัญญาค้ำประกันทั้งสองฉบับมีข้อความระบุไว้ในข้อ 1 ว่า จำเลยที่ 2 ตกลงเข้าค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ 1 ได้ออกไว้ให้แก่โจทก์และยังคงค้างชำระอยู่ภายในวงเงินค้ำประกันไม่เกิน 1,000,000 บาท รวมทั้งดอกเบี้ยค่าสินไหมทดแทนซึ่งจำเลยที่ 1 ค้างชำระ ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้จนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้โดยสิ้นเชิง ข้อความในสัญญาดังกล่าวมาแล้วนี้มิได้ระบุว่าเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับใดและมิได้ระบุระยะเวลาไว้แต่เป็นการระบุวงเงินที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดแสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยที่ 2 ที่จะค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินที่จำเลยที่ 1 ออกให้แก่โจทก์โดยไม่จำกัดจำนวนฉบับและไม่จำกัดระยะเวลา แต่จำกัดวงเงินไม่เกิน 1,000,000 บาท ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเท่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามเอกสารหมาย

จ.3 ข้อความในสัญญาข้อ 7 ระบุว่า ผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมให้หนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับนี้มีผลใช้บังคับได้ตลอดไปจนกว่าธนาคารจะบอกเลิกเพิกถอนการอำนวยสินเชื่อตามที่กล่าวในข้อ 1 แล้ว ซึ่งแสดงว่าจำเลยที่ 2 ได้แสดงเจตนาจะค้ำประกันการออกตั๋วสัญญาใช้เงินของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ทุกฉบับตลอดไปภายในวงเงินไม่เกิน1,000,000 บาท ดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 จึงต้องผูกพันในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ในตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับสุดท้ายที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · ปรีชา ธนานันท์ · สุทธิ อินทุเศรษฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้