Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินโจทก์อยู่ติดกับที่ดินจำเลย ต่อมาจำเลยออกไปเป็นทางสาธารณะโจทก์ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ทางสาธารณะมากว่า 10 ปี แต่โจทก์ใช้โดนขออนุญาตจำเลย จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอม โจทก์ไม่ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลง จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ทางทิศใต้ จากที่ดินจำเลยออกไปเป็นทางสาธารณะจากที่ดินโจทก์จะออกทางสาธารณะต้องเดินผ่านที่ดินของจำเลย มีทางเดินกว้างประมาณ 1 วา ยาวประมาณ 20 วา ทางเดินนี้มีมานานประมาณ 14 ปีโจทก์และประชาชนใช้เป็นทางเดินเข้าหมู่บ้านจึงตกเป็นทางภารจำยอมต่อมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2519 จำเลยได้ปิดกั้นทางดังกล่าว เพื่อไม่ให้โจทก์และประชาชนในหมู่บ้านใช้เดินต่อไปอีกเป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าทางดังกล่าวเป็นภารจำยอมของที่ดินโจทก์ตามฟ้อง ให้จำเลยเปิดทางดังกล่าวให้โจทก์ใช้เดินตลอดไปจำเลยให้การว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน 3 แปลงอยู่ติดต่อกัน

ทางพิพาทตามฟ้องเป็นร่องน้ำไหลมิใช่ทางเดิน โจทก์และบริวารได้ขออาศัยทางพิพาทจากจำเลยเดินออกถนนสาธารณะเมื่อปีเศษมานี้ ส่วนประชาชนอื่นไม่เคยเดินผ่านทางพิพาทจึงมิได้ตกเป็นภารจำยอม หลังจากโจทก์และบริวารอาศัยทางพิพาทเดิน ทำให้พืชผลต่าง ๆ ในที่ดินสองแปลงเสียหายและสูญหายจำเลยต้องปิดกั้นเพื่อป้องกันทรัพย์สินของจำเลย โดยให้โจทก์และบริวารเดินผ่านที่ดินจำเลยทางด้านอื่น ซึ่งเป็นเส้นทางที่โจทก์ใช้เดินสู่ถนนสาธารณะมาแต่เดิมก่อนใช้ทางพิพาท โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทซึ่งอยุ่ในที่ดินของจำเลยตกเป็นภารจำยอมของที่ดินของโจทก์ตามที่ฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทเดินผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า 10 ปี จะได้สิทธิตกเป็นทางภารจำยอมตามกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทเป็นทางเดินออกสู่ถนนมากว่า 10 ปีแล้ว แต่การใช้ทางพิพาทดังกล่าวได้ความจากคำเบิกความของตัวโจทก์เอง ตอนตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ใช้ทางพิพาทจำเลยไม่เคยห้ามปราม เพราะโจทก์ขออนุญาตจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการใช้ภารยทรัพย์ของโจทก์นั้น โจทก์ใช้โดยขออนุญาตจำเลย จึงไม่ถือว่าเป็นการใช้โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาจะให้ได้สิทธิภารจำยอม คดีของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าเป็นทางภารจำยอมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9882/2560

คำให้การและฟ้องแย้งของจำเลยบรรยายว่า จำเลยใช้ทางพิพาทมาตลอด กว้าง 11 เมตร ยาวจากที่ดินจำเลยไปจดถนนกรุงธนบุรี ยาว 38 เมตร เป็นทางเดิน ยานพาหนะผ่านเข้าออก ที่จอดรถ และขนถ่ายสินค้าถึงปัจจุบันเกือบ 30 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3996/2554

ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้ง 3 แปลง เดิมเป็นทางเกวียนมาก่อน บิดาโจทก์และโจทก์รวมทั้งชาวบ้านใช้ทางพิพาทเข้าออกไปมาจากหมู่บ้านไปทุ่งนาก่อนที่จะมีคลองชลประทาน จนกระทั่งปี 2523 ได้ขุดทางเกวียนเป็นคลองส่งน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12102/2553

โจทก์ทั้งสามใช้ทางพิพาทโดยอาศัยสิทธิ ป.ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินมิใช่เป็นการใช้สิทธิในทางพิพาทอันเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของที่ดินจึงไม่ก่อให้เกิดภาระจำยอม หลังจากจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของทางพิพาท โจทก์ทั้งสามมิไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้