คำฟ้องและคำให้การ
ความว่า มีผู้ปลอมตัวเป็นโจทก์ และเซ็นชื่อปลอมเป็นโจทก์ทำสัญญาจำนองที่ดินโฉนด 3 ฉบับ ของโจทก์แก่จำเลย
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาทำลายสัญญาจำนองนั้น
จำเลยให้การว่าได้รับจำนองไว้โดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยได้รับจำนองโดยสุจริตและได้เสียค่าตอบแทน โจทก์ไม่เก็บโฉนดไว้ให้ดีต้องรับบาปเคราะห์ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้จำนองไม่ใช่เจ้าของที่ดินหรือได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของที่ดิน ไปลงชื่อปลอมเป็นเจ้าของที่ดิน ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 สัญญาจำนองเป็นโมฆะพิพากษากลับให้ทำลายสัญญาจำนองรายนี้เสียให้ที่ดินทั้ง 3 แปลงปลอดการจำนองเข้าสู่สภาพเดิมจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มิใช่บุคคลผู้อยู่ในฐานะที่จะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ แต่เป็นผู้จดทะเบียนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิอยู่แล้ว
จะใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300 มาใช้แก่กรณีนี้ไม่ได้ และเรื่องนี้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมิได้มีใจสมัครจะผูกนิติสัมพันธ์กับจำเลยแต่อย่างใด นิติกรรมระหว่างโจทก์ จำเลยไม่เกิดขึ้น สัญญาจำนองนั้นเป็นสัญญาปลอมผู้ใดจะแสดงสิทธิอย่างใดจากเอกสารปลอมนั้นหาได้ไม่ กล่าวอีกทางหนึ่งจำเลยได้แสดงเจตนารับจำนองโดยสำคัญผิดในตัวบุคคล อันเป็นสาระสำคัญเป็นโมฆะตามมาตรา 119 ส่วนข้อที่ว่าโจทก์ประมาทเลินเล่อ เห็นว่าถ้าจำเลยต้องเสียหายโดยตรงจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ก็จะต้องไปว่ากล่าวทางมูลละเมิด หาใช่เป็นเรื่องที่จะให้จำเลยได้ไปซึ่งทรัพย์สิทธิอย่างใดไม่พิพากษายืน