Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2048/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าที่พิพาทโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ยังเป็นความกันอยู่โดยศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์โดยฐานรับมรดกคดีอยู่ระหว่างฎีกาย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากโดยสุจริตแม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะยังไม่ถึงที่สุดก็ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากไว้เป็นการเสียเปรียบแก่โจทก์ทั้งสองผู้อยู่ในฐานะอันจะได้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนโจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการขายฝากระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหาย 63,360 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวให้โจทก์ทั้งสอง หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย และหากการโอนที่ดินให้โจทก์ไม่สามารถจะกระทำได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 63,360 บาท จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยที่ 1 ขอแบ่งที่ดินมรดกของนางเทียบ โฉนดเลขที่ 4052 ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คือที่พิพาทคดีนี้ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 436/2517 ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้ว จำเลยที่ 1 ได้นำที่พิพาทไปจดทะเบียนขายฝากให้แก่จำเลยที่ 2 และไถ่ถอนการขายฝากในกำหนด แล้วจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่นางสมพร จริตไวทย์ และนางบุญช่วย ไกรทอง โดยยอมให้คนทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 คนละ 15 ส่วน ในที่ดินทั้งโฉนด 47 260/400 ส่วน ซึ่งเป็นการขายที่พิพาทบางส่วนไปด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 9052 เฉพาะส่วนของนางเทียบ เนื้อที่ 23 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวาให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละหนึ่งในสามส่วน ในวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยที่ 1 ได้ขายฝากที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นครั้งที่สองอีก โดยขายฝากในราคา 50,800 บาท มีกำหนดไถ่ถอนคืนภายในกำหนดหนึ่งปี ครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ไถ่ถอน ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2519 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากจากจำเลยที่ 1 โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต อ้างว่าไม่ทราบว่าที่พิพาทยังเป็นความกันอยู่ระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 และฎีกาด้วยว่า ยังไม่มีคำพิพากษาศาลฎีกาชี้ขาดถึงสิทธิของคู่กรณี

โจทก์หาเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1300 ไม่ ได้พิเคราะห์แล้ว ได้ความตามคำโจทก์ที่ 1 ว่า เรื่องโจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยที่ 1 ขอแบ่งมรดก โจทก์ที่ 1 ได้บอกให้จำเลยที่ 2 ทราบแล้ว นายประเทืองสามีโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 นำที่ดินไปขายฝากให้จำเลยที่ 2 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2517 ต้นเดือนเมษายน 2518 พยานจึงไปต่อว่าจำเลยที่ 2 ว่า ไม่ควรรับซื้อจากจำเลยที่ 1 แสดงว่าจำเลยที่ 2 รู้อยู่ก่อนแล้วว่าที่พิพาทยังเป็นความกันอยู่ระหว่างโจทก์ทั้งสองกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 รับซื้อฝากจากจำเลยที่ 1 นายประเทืองสามีโจทก์ที่ 1 จึงไปต่อว่า ที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่าโจทก์ที่ 1 ไปถามจำเลยที่ 2 บอกว่ารับซื้อฝากจากจำเลยที่ 1 จริง โจทก์ที่ 1 ไม่ว่าอะไร เห็นว่าไม่มีเหตุผลที่โจทก์ที่ 1 เพียงต้องการทราบว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากจริงหรือไม่เท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์น่าเชื่อยิ่งกว่าฝ่ายจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 ครั้งหลังเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518 โดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าที่พิพาทโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 1 ยังเป็นความกันอยู่ ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากไว้โดยสุจริต แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จะยังไม่ถึงที่สุดดังจำเลยที่ 2 ฎีกา ก็ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 รับซื้อฝากไว้ เป็นการเสียเปรียบแก่โจทก์ทั้งสองผู้อยู่ในฐานะอันจะได้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อน โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนการขายฝากระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เสียได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1300"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2568

โจทก์แถลงนำยึดทรัพย์ของจำเลยรวมทั้งที่ดินพิพาท ณ ที่ทำการต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงรายมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1566 และมาตรา 1574 ให้อำนาจผู้ใช้อำนาจปกครองทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้เว้นแต่นิติกรรมบางประเภทผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4887/2566

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของตนเองในฐานะทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4187/2566

จำเลยที่ 2 ทำนิติกรรมรับซื้อฝากที่ดินพิพาทจาก จ. โดยไม่สุจริต โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมอันอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนเสียเปรียบ โจทก์ทั้งสามย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการโอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้