คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปแล้วไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินคืนโจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสามีโจทก์ไม่ได้ทำหนังสือให้ความยินยอมในการฟ้อง และฟ้องเคลือบคลุม จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้เงินพร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายสถิตย์ กาญจนเกตุสามีเป็นผู้ฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 นายสถิตย์เข้าดำเนินคดีแทนโดยลงลายมือชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจ และเป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่งทนายโจทก์ให้ดำเนินคดีพฤติการณ์ดังกล่าวของสามีโจทก์แสดงให้เห็นว่าสามีโจทก์ยินยอมให้ฟ้องคดีแล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้นโจทก์บรรยายฟ้องว่า
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2524 จำเลยกู้เงินไป 65,000 บาทดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือน กำหนดชำระคืนในเดือนกันยายน 2528ตามสำเนาหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารท้ายฟ้อง ครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระหนี้ แม้ในสำเนาสัญญากู้เงินเอกสารท้ายฟ้องจะมีข้อความว่ากู้เงินไป พ.ศ. 24 แต่โจทก์ก็บรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยกู้เงินเมื่อ พ.ศ. 2524 เป็นคำฟ้องที่ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างซึ่งอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แล้วไม่เคลือบคลุมพิพากษายืน