Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2045/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์หรือชำระเงินต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล แต่ผู้ร้องไม่มีศาลตามวันเวลาที่ศาลนัดไต่สวนนั้น พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงต้องถือว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197 วรรคสองเมื่อผู้ร้องขาดนัดพิจารณาและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 นั้น แม้ผู้ร้องจะเข้าใจเวลานัดของศาลผิดไปโดยสุจริต ก็ไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้คงทำได้เพียงประการเดียว คือร้องเริ่มต้นคดีใหม่ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 74/2512)กรณีผู้ร้องขาดนัดพิจารณาซึ่งศาลสั่งจำหน่ายคดี กฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือมีคำขอให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ย่อมไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยผู้ล้มละลายมีหนังสือแจ้งว่า ผู้ร้องเป็นหนี้จะต้องส่งมอบรถยนต์ทะเบียน ก.ท.ด. 2788ให้แก่จำเลย จึงให้ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวหรือชำระเงิน 57,110 บาท ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องคัดค้านว่าผู้ร้องได้ซื้อรถคันพิพาทจากบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตจำกัด ผู้เป็นเจ้าของโดยตรงและได้ชำระราคารับมอบโอนมาเป็นของผู้ร้องโดยชอบแล้ว ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนวันที่ 2 มกราคม 2513 เวลา 8.30 นาฬิกาถึงวันเวลานัดผู้ร้องและทนายไม่มาศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลสั่งว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201ในวันเดียวกันนั้นตอนบ่าย

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งไต่สวนดำเนินการสืบพยานผู้ร้องต่อไป เพราะผู้ร้องมิได้มีเจตนาละทิ้งคดี โดยทนายผู้ร้องเข้าใจเวลานัดผิดไป ว่าเป็นเวลา 13.00 นาฬิกาจึงได้มาศาลตอนบ่ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเวลานัดของศาลผิดไปเป็นความเข้าใจผิดของผู้ร้องเอง ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลได้ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา1. ผู้ร้องฎีกาว่า การที่ศาลล่างทั้งสองนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 มาปรับใช้กับการพิจารณาคำร้องของผู้ร้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงของคดีฟังได้เป็นยุติแล้วว่า ผู้ร้องไม่มาศาลในวันที่ 2 มกราคม 2513 เวลา 8.30 นาฬิกา ตามที่ศาลนัด ซึ่งผู้ร้องทราบโดยชอบแล้ว

ทั้งมิได้ขอเลื่อนหรือแจ้งเหตุที่ไม่มาศาลทราบก่อน ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ชอบที่ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรค 2 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ซึ่งกฎหมายมาตรงนี้ห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีหรือมีคำขอให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ แม้ผู้ร้องเข้าใจเวลานัดของศาลผิดไปโดยสุจริต ก็ไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้ คงทำได้เพียงประการเดียวคือ ร้องเริ่มต้นคดีใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 119 รูปเรื่องเช่นนี้ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 74/2512 ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยชัย

โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ่งฮงพาณิชย์ กับพวก จำเลยนายยู่เคียงหรือยู่เคี้ยงแซ่เล้า ผู้ร้อง2. ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องไม่ได้เจตนาจงใจขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องลงวันที่ 2 มกราคม 2513 นั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีของคดีนี้กฎหมายห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ ฉะนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่ เพราะตามกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาใหม่ การไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่ เพราะตามกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาใหม่ การไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของผู้ร้องแต่อย่างใดพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · ประสม เภกะสุต · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้