Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2044/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การตกลงทำสัญญาขายฝากที่ดิน โดยถือเอาหนี้เงินกู้เป็นราคาที่ขายฝากเป็นการแปลงหนี้ใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่ขายฝากไว้ก่อนขายฝาก ผู้ขายฝากไม่มีสิทธินำไปขายฝากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 305(1) การขายฝากจึงมิได้เกิดมีขึ้น หนี้เงินกู้จึงไม่ระงับสิ้นไปผู้ค้ำประกันยังต้องผูกพันตามสัญญาค้ำประกันอยู่ การที่ลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์แล้วเจ้าหนี้มิได้ดำเนินการเพื่อให้ได้เข้าเฉลี่ยหนี้นั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เจ้าหนี้เสียสิทธิที่จะฟ้องผู้ค้ำประกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๐๗ จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไป ๓๑,๔๐๐ บาท สัญญาให้ดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ปรากฏตามสำเนาสัญญากู้และสำเนาสัญญาค้ำประกันท้ายฟ้อง วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๑๐ จำเลยได้ทำนิติกรรมขายฝากที่ดินสวนยางให้โจทก์ในราคา ๓๑,๔๐๐ บาท เท่ากับจำนวนเงินกู้โดยจดทะเบียนการขายฝากเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๐ เพื่อเป็นการหักกลบลบหนี้ แต่เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๐ นายหะยีฮารน สุหลง เจ้าหนี้จำเลยที่ ๑ ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่แปลงนี้ โจทก์ร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์คดีถึงที่สุดจึงไม่อาจหักกลบลบหนี้กันได้ ขอให้บังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินต้น ๓๑,๔๐๐ บาท กับดอกเบี้ย๑,๙๖๒.๕๐ บาท

หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ขอให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าได้เป็นผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้ แต่จำเลยที่ ๑ นำที่ดินไปจดทะเบียนขายฝากให้โจทก์แล้ว หนี้รายนี้เป็นอันระงับไปจำเลยที่ ๒ พ้นภาระการเป็นผู้ค้ำประกันเมื่อนายฮะยีฮารน สุหลง ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ได้เรียกร้องให้โจทก์ดำเนินคดีกับจำเลยที่ ๑ เพื่อให้โจทก์ขอเฉลี่ยหนี้รายนี้ โจทก์ก็ไม่ดำเนินคดี จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนที่โจทก์อาจจะได้รับส่วนเฉลี่ยจากนายหะยีฮารน สุหลง โจทก์ไม่ได้เรียกให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ก่อนฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม โจทก์ชอบที่จะเรียกให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ก่อน

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์และค้างชำระดอกเบี้ยจริงตามฟ้อง ที่จำเลยที่ ๑ อ้างว่าได้ขายฝากที่ดินให้โจทก์เป็นการหักกลบลบหนี้นั้น การขายฝากไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ในคดีอื่นยึดที่ดินดังกล่าวก่อนจะได้จดทะเบียนการขายฝาก หนี้เงินกู้จึงยังคงอยู่ภาระการค้ำประกันของจำเลยที่ ๒ ไม่ระงับไป ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ ว่าโจทก์ไม่รีบดำเนินคดีกับจำเลยที่ ๑ เพื่อที่จะได้ขอเฉลี่ยหนี้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนที่โจทก์อาจจะได้รับส่วนเฉลี่ยนั้น โจทก์ได้ร้องขัดทรัพย์และสู้คดีจนถึงศาลอุทธรณ์ เมื่อเห็นว่าไม่มีทางชนะ จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แล้ว ตามคำขอท้ายฟ้องก็แสดงว่าโจทก์จะต้องบังคับคดีเอากับจำเลยที่ ๑ ก่อนพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินต้น ๓๑,๔๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาใจความว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตกลงเปลี่ยนแปลงสารสำคัญแห่งสัญญาจากสัญญากู้มาเป็นสัญญาขายฝากหนี้เดิมเป็นอันระงับสิ้นไปจำเลยที่ ๒ จึงหลุดพ้นจากความรับผิดชอบและการที่โจทก์เพิกเฉยไม่รีบดำเนินการเพื่อให้ได้เข้าเฉลี่ยหนี้ในคดีที่นายหะยีฮารน สุหลง ฟ้องจำเลยที่ ๑ และยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ไว้ โจทก์จึงเสียสิทธิที่จะฟ้องเรียกจากจำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกัน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ ตกลงทำสัญญาขายฝากที่ดิน โดยถือเอาหนี้เงินกู้เป็นราคาที่ขายฝากเช่นนี้ เป็นการแปลงหนี้เพราะเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสารสำคัญแห่งหนี้ หนี้เงินกู้จึงระงับสิ้นไปแต่ถ้าหนี้ตามสัญญาขายฝากมิได้เกิดมีขึ้นด้วยประการใด ๆ หนี้เงินกู้ก็ยังหาระงับไปไม่ คดีนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในวันที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนการขายฝากที่ดินกันนั้น นายหะยีฮารน สุหลง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ ๑ ในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๓๖/๒๕๑๐ นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ก่อนแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่มีสิทธินำไปขายฝากให้โจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๕(๑) และศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของโจทก์คดีนี้ถึงที่สุดไปแล้ว

การขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จึงมิได้เกิดมีขึ้นหนี้เงินกู้จึงไม่ระงับสิ้นไป จำเลยที่ ๒ ยังต้องผูกพันตามสัญญาค้ำประกันนั้นอยู่ ข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์เสียสิทธิฟ้องร้องจำเลยที่ ๒ เพราะโจทก์เพิกเฉยไม่รีบดำเนินการเพื่อให้ได้เข้าเฉลี่ยหนี้นั้น โจทก์คงเข้าใจว่าจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาขายฝากที่ดินเป็นการหักกลบลบหนี้ที่ดินตกเป็นของโจทก์แล้วโจทก์จึงได้ดำเนินการร้องขัดทรัพย์ ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีสิทธิจะเอาทรัพย์ที่ต้องยึดไปขายฝากหรือโอนให้ผู้อื่นได้ ผู้ร้องขัดทรัพย์ย่อมไม่ได้ไปซึ่งทรัพย์สิทธิเหนือทรัพย์สินที่ยึด โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยตามหนี้เดิมหาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์เพิกเฉยแต่ประการใดไม่ ทั้งกรณีเช่นนี้ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้โจทก์เสียสิทธิในการฟ้องร้องจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถนอม ครูไพศาล · ประสม เภกะสุต · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดยะลา - นายประสงค์ อิฐรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุขุม จันทวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้