Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกว่า จำเลยได้ใช้พลั่วขุดดินในลำรางซึ่งอยู่ติดกับที่นาของโจทก์ แล้วจำเลยเหวี่ยงดินที่ขุดเข้าไปในที่นาของโจทก์ และจำเลยได้ขนเอาหนามมากองไว้ในที่นาของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายทำนาไม่ได้ ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายถึงองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปในที่นาของโจทก์โดยเจตนา เพื่อยึดถือการครอบครองที่นาของโจทก์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือจำเลยได้บุกรุกเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข คำฟ้องของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกันใช้พลั่วขุดดินในลำรางซึ่งอยู่ติดกับที่นาของโจทก์ แล้วจำเลยเหวี่ยงดินที่ขุดเข้าไปในที่นาของโจทก์กว้างประมาณ ๑ วา ยาวประมาณ ๑๕ วา และจำเลยได้ขนเอาหนามมากองไว้ในที่นาของโจทก์เป็นเนื้อที่ประมาณ ๑ ตารางวา ทำให้โจทก์เสียหายทำนาไม่ได้ การกระทำของจำเลยทำให้ที่นาของโจทก์เสียหาย ทำลายทำให้เสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ และเป็นการบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๒, ๓๖๔, ๓๖๕(๑)(๒), ๓๕๘, ๘๓, ๙๑

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับมาเพียงข้อเดียวว่า ฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานบุกรุกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ที่โจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษนั้นแยกองค์ประกอบของความผิดออกได้เป็น ๒ ตอน ตอนแรกจะต้องมีองค์ประกอบความผิดดังนี้คือ ๑. เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และ ๒. โดยเจตนาเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วนส่วนตอนสองมีองค์ประกอบความผิดคือ ๑. เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และ ๒. โดยเจตนาเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข โจทก์บรรยายฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกว่า"เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองได้ใช้พลั่วขุดดินในลำรางซึ่งอยู่ติดกับที่นาของโจทก์ แล้วจำเลยเหวี่ยงดินที่ขุดเข้าไปในที่นาของโจทก์กว้าง ๑ วา

ยาว ๑๕ วา และจำเลยทั้งสองได้ขนเอาหนามมากองไว้ในที่นาของโจทก์เป็นเนื้อที่ ๑ ตารางวา ทำให้โจทก์เสียหายทำนาไม่ได้" ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายถึงองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วเมื่ออ่านฟ้องของโจทก์โดยตลอดแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าจำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในที่นาของโจทก์โดยเจตนาเพื่อยึดถือการครอบครองที่นาของโจทก์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือจำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับข้อหานี้จึงไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) ส่วนความผิดตามมาตรา ๓๖๔ เป็นบทบัญญัติเรื่องการบุกรุกเคหสถาน

อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงาน แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่นา จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๖๔ เมื่อฟ้องโจทก์ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๓๖๒ หรือมาตรา ๓๖๔ แล้ว จึงขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๖๕ ไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายธวัชชัย พิทักษ์พล
ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองยุทธ สมุทรกลิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12082/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในที่ดินของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร แล้วร่วมกันตัดต้นแสมของผู้เสียหาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 83, 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8481/2554

คดีอาญาเรื่องใดจะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาอัตราโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับข้อหาแต่ละกระทงความผิดเป็นสำคัญ เมื่อความผิดในกระทงนั้นมีความผิดหลายบทรวมอยู่ด้วย ถ้าบทหนักไม่ต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4911/2541

ความผิดฐานบุกรุกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ประกอบมาตรา 362 กฎหมายมุ่งลงโทษผู้ที่บุกรุกเข้าไปใน อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ใช่เป็นบทบัญญัติที่จะลงโทษผู้บุกรุก ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่อย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2534 (เลขอ้างอิง 18246)

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ว่า ฟ้องของโจทก์สำนวนหลังเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมเป็นปัญหาที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องวินิจฉัยการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่วินิจฉัยโดยไม่ปรากฏเหตุผลเป็นการไม่ชอบแต่ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้