Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ซึ่งมีชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ การที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าได้เข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยรับการยกให้มาจาก จ. มารดา เมื่อการโอนให้ดังกล่าวมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การให้จึงตกเป็นโมฆะ ที่ผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์อยู่ในที่ดินพิพาทต่อมา ผู้ร้องทั้งสองจึงอ้างได้ว่าเป็นการครอบครองอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทด้วยความสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของ ซึ่งก็คือการครอบครองปรปักษ์นั่นเอง

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงทรา เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา เป็นของนางหวาด ซึ่งเป็นยายของผู้ร้องที่ 2 นางหวาดยกที่ดินเนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ ให้แก่นางจ้อย ซึ่งเป็นมารดาของผู้ร้องที่ 2 เมื่อปี 2505 ผู้ร้องที่ 2 แต่งงานกับผู้ร้องที่ 1 นางจ้อยจึงยกที่ดินให้ ผู้ร้องทั้งสองได้ปลูกบ้านเลขที่ 36/1 หมู่ที่ 13 ปลูกต้นไม้และขุดคูน้ำกั้นเป็นแนวเขตโดยครอบครองอย่างสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี แล้ว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2503 นางหวาดขายที่ดินโฉนดเลขที่ดังกล่าวแก่นางโถม โดยนางโถมทราบดีว่ามีที่ดินส่วนหนึ่งเป็นของมารดาของผู้ร้องที่ 2 ที่ไม่ได้ขาย

หลังจากนางโถมถึงแก่ความตาย นายเสริม เป็นผู้จัดการมรดก นายเสริมและทายาททุกคนของนางโถมทราบดีว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินและมิได้โต้แย้งคัดค้าน ผู้ร้องทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้มีคำสั่งแสดงว่าที่ดินเนื้อที่ 1 งานเศษเฉพาะส่วนทางด้านทิศใต้ของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์และให้ใส่ชื่อผู้ร้องทั้งสองเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนในโฉนดที่ดินดังกล่าวด้วย ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดเป็นบุตรของนายเสริม ซึ่งถึงแก่ความตายไปแล้ว นางหวาด ขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1311 ทั้งแปลงให้แก่นางโถม โดยมิได้ยกที่ดินเฉพาะส่วนที่พิพาทให้แก่นางจ้อยอีกทั้งนางจ้อยไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ผู้ร้องทั้งสองมิได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาท ในระหว่างที่นายเสริมเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ผู้ร้องที่ 2 และมารดาได้มาขออนุญาตปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาท ขอให้ยกคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินเนื้อที่ 1 งาน 71 ตารางวาของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ภายในกรอบเส้นสีม่วงตามแผนที่ดินวิวาทฉบับที่ 3 เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์ให้ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้องทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังเป็นยุติได้ว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์โดยการปลูกต้นไม้และปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินส่วนหนึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีชื่อนายเสริม ผู้จัดการมรดกของนางโถมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านทั้งเจ็ดว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องทั้งสองโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ผู้ร้องทั้งสองนำสืบว่า ผู้ร้องทั้งสองได้รับการยกให้ที่ดินพิพาทจากนางจ้อย มารดาของผู้ร้องทั้งสอง โดยนางจ้อยได้รับการยกให้มาจากนางหวาด ยายของผู้ร้องที่ 2 ซึ่งเป็นที่ดินทางด้านทิศใต้ของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ตำบลบางวัว

อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ เดิมมีบ้านของนางหล่ำ หรือเสืออ่วม ปลูกอาศัยอยู่ก่อน ต่อมาบุตรของนางหล่ำรื้อบ้านย้ายออกไปแล้ว ผู้ร้องทั้งสองจึงเข้ามาอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทปลูกต้นไม้พืชสวนและพืชไร่และปลูกบ้านเลขที่ 36/1 หมู่ที่ 13 เมื่อปี 2505 ผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัคค้านตามสำเนาทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายที่ดินพิพาท ปรากฏตามแผนที่วิวาทในกรอบเส้นสีม่วง ส่วนผู้คัดค้านทั้งเจ็ดนำสืบว่า นางโถมมารดาของผู้ค้ดค้านทั้งเจ็ดซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 มาจากนางหวาด เมื่อปี 2503 โดยซื้อมาหมดทั้งแปลงรวมทั้งที่ดินพิพาทด้วย ต่อมานางโถมถึงแก่ความตาย นายเสริมเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้ร้องทั้งสองได้เข้ามาอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทโดยได้รับอนุญาตจากนายเสริมสามีของนางโถม เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสองมีนายประวิทย์กำนันตำบลบางวัว นางโสภา นางทิน และนางสาวจำนันท์ เพื่อนบ้านใกล้เคียงเบิกความสนับสนุนว่า ผู้ร้องทั้งสองได้เข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทติอต่อกันมาเป็นเวลาประมาณ 30 ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ซึ่งข้อนี้ฝ่ายผู้คัดค้านทั้งเจ็ดก็ยอมรับว่าผู้ร้องทั้งสองได้เข้ามาครอบครองปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทมาเป็นระยะเวลาเกินกว่า 10 ปี จริง แต่อ้างว่านายเสริมสามีของนางโถมเป็นผู้อนุญาตให้ผู้ร้องทั้งสองเข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาท แต่คำกล่าวอ้างของฝ่ายผู้คัดค้านทั้งเจ็ดไม่มีหลักฐานสนับสนุนคงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ

เมื่อพิจารณาถึงสภาพบ้านของผู้ร้องทั้งสองที่ปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท ก็เป็นบ้านที่ปลูกอย่างมั่นคงถาวร ครึ่งตึกครึ่งไม้ และได้ขอเลขที่บ้านเป็นบ้านเลขที่ 36/1 หมู่ที่ 13 ตามสำเนาทะเบียนบ้าน ทั้งได้ความจากนายแม้นเสืออ่วม อายุ 77 ปี บุตรของนางหล่ำซึ่งเคยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทพยานฝ่ายผู้คัดค้านทั้งเจ็ดว่า เดิมบิดามารดาของตนปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท หลังจากบิดามารดาถึงแก่ความตายแล้ว น้องชายของพยานได้รื้อบ้านออกไปจากที่ดิน แล้วผู้ร้องทั้งสองได้เข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทบริเวณเดียวกัน พยานไม่ทราบว่าผู้ร้องทั้งสองเข้ามาอยู่ในที่ดินพิพาทโดยได้รับอนุญาตจากผู้ใด และได้ความจากนางจ้อย อายุ 60 ปี ซึ่งเคยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 เช่นกัน

เบิกความเป็นพยานผู้คัดค้านทั้งเจ็ดว่าเหตุที่พยานต้องรื้อบ้านออกไปเนื่องจากบุตรของนางโถมบอกให้รื้อออกไป ส่วนบ้านที่ผู้ร้องทั้งสองปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทบุตรของนางโถมไม่เคยไล่ให้ออกไป การที่ผู้ค้ดค้านทั้งเจ็ดไม่เคยไล่ผู้ร้องทั้งสองให้ออกไปจากที่ดินพิพาทจึงสนับสนุนคำเบิกความของผู้ร้องทั้งสองว่า ผู้ร้องทั้งสองเข้ามาปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของโดยมารดาของผู้ร้องที่ 2 ยกให้ พยานหลักฐานของผู้ร้องทั้งสองมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของผู้คัดค้านทั้งเจ็ด ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทติดต่อกันมาเกินกว่า 10 ปี ด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของ ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องทั้งสองโดยการครอบครองปกปักษ์

ที่ผู้คัดค้านทั้งเจ็ดฎีกาว่าที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าได้รับการยกให้ที่ดินพิพาทมาจากนางจ้อยมารดา และนางจ้อยได้รับการยกให้ที่ดินพิพาทมาจากนางหวาดยายของผู้ร้องที่ 2 อีกทอดหนึ่งนั้นเป็นการอ้างว่าผู้ร้องทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาแล้ว มิใช่เป็นการครอบครองปรปักษ์นั้น ข้อนี้เห็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1311 ซึ่งมีชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ การที่ผู้ร้องทั้งสองอ้างว่าได้เข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยรับการยกให้มาจากนางจ้อยมารดา เมื่อการโอนให้ดังกล่าวมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การให้จึงตกเป็นโมฆะ ที่ผู้ร้องทั้งสองครอบครองทำประโยชน์อยู่ในที่ดินพิพาทต่อมา ผู้ร้องทั้งสองจึงอ้างได้ว่าเป็นการครอบครองอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของ ซึ่งก็คือการครอบครองปรปักษ์นั่นเอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองชนะคดีมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านทั้งเจ็ดฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ธนะปกรณ์ · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช · สุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้