Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ย้ายเสาไฟฟ้าของโจทก์แล้วถอดสายเคเบิลโทรศัพท์ออกจากเสาไฟฟ้าโดยมิได้ติดตั้งกับเสาต้นใหม่ ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย คงปล่อยให้สายเคเบิลบางส่วน พาดไว้กับต้นหูกวางและหย่อน ลงมาขวางถนน นับเป็น ความประมาทเลินเล่อของพนักงานของโจทก์ ส่วนการที่ลูกจ้าง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ขาเข้าลอดผ่านไปได้ และมาเกี่ยวสายเคเบิลดังกล่าวตอนขาออกทำให้เกิดความเสียหาย นับเป็นความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยที่ 1 ที่ขาดความระมัดระวังเช่นเดียวกัน เมื่อทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างประมาทเลินเล่อด้วยกัน จึงต้องรับผิดค่าเสียหายไปคนละส่วน จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงกึ่งหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคืนเกิดเหตุซึ่งเข้าร่วมในกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2523 นายธีระลูกจ้างจำเลยที่ 1 ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวด้วยความประมาทเลินเล่อทำให้กระบะที่วางของบนหลังคาเกี่ยวเอาสายเคเบิลขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำเลยที่ 4 ที่ห้อยต่ำลงมาเนื่องจากการประมาทเลินเล่อของลูกจ้างจำเลยที่ 4 เป็นเหตุให้ดึงเอาเสาไฟฟ้าของโจทก์ที่สายเคเบิลพาดอยู่หักไปสองตัน และเครื่องแปลงไฟฟ้าได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 23,067 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสี่ ให้การว่า โจทก์เป็นผู้ปลดสายเคเบิลดังกล่าวของจำเลยที่ 4 ลงมาเนื่องจากโจทก์ทำการย้ายเสาไฟฟ้าแล้วมิได้ติดตั้งให้เรียบร้อย เป็นความประมาทเลินเล่อของโจทก์เองศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีคงมีปัญหาในชั้นฎีการะหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อ ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังยุติโดยที่โจทก์มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า สายเคเบิลโทรศัพท์ที่โจทก์เป็นฝ่ายถอนออกตอนย้ายเสาไฟฟ้า โจทก์มิได้จัดการติดตั้งกับเสาต้นไม้ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ก่อนที่พนักงานขององค์การโทรศัพท์จะมาดำเนินการให้เรียบร้อยเป็นการถาวร และสายเคเบิลบางส่วนได้ถูกพาดไว้กับต้นหูกวางและหย่อนลงมาจนเป็นมูลให้เกิดเหตุในคดีนี้ขึ้น ดังนั้นในเบื้องต้นจึงเห็นได้ว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โจทก์ได้กระทำไปโดยเลินเล่อปราศจากความระมัดระวังเพราะในสภาพเช่นนี้ย่อมเป็นที่คาดหมายได้ว่าอาจเกิดอันตรายขึ้นกับยวดยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมาได้

อย่างไรก็ดีการที่นายวีระ ธีระรุ่งพรกุล ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ขับรถโดยสารนักเรียนคันเกิดเหตุได้ขับรถลอดสายเคเบิลนี้ไม่พ้นจนเกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น จะถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของโจทก์แต่ฝ่ายเดียวยังฟังไม่ถนัดเพราะปรากฏข้อเท็จจริงจากทางนำสืบรับกันว่าตอนขาขับเข้าไปรถที่นายวีระขับสามารถผ่านไปได้โดยไม่เกิดอันตรายแต่อย่างใดเหตุมาเกิดขึ้นตอนขากลับที่นายวีระขับออกมาโดยนายวีระว่ามองไม่เห็นสายเคเบิลที่ทอดผ่านถนนทั้งขาไปและขากลับ แต่ปรากฏจากคำนายเหลือ ไม้ทองพยานจำเลยซึ่งเป็นยามของสวนธนบุรีรมย์และยืนอยู่ที่ป้อมยามตรงที่เกิดเหตุว่า สายเคเบิลอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 3 หรือ 4 เมตร ขณะนั้นเป็นเวลา 16.30 นาฬิกา

แม้อากาศจะมืดครึ้มเพราะฝนกำลังจะตกแต่ก็มองเห็นสายเคเบิลได้อย่างชัดเจนข้อเท็จจริงที่ได้ความจากคำพยานปากนี้ เมื่อนำมาพิเคราะห์ประกอบกับขนาดของรถโดยสารนักเรียนที่นายวีระขับซึ่ง ปรากฏเป็นรถขนาดใหญ่ที่นั่งคนขับอยู่ในระดับสูงย่อมมองเห็นทิวทัศน์ตลอดจนวัตถุที่อยู่ด้านหน้าได้อย่างชัดเจน การที่นายวีระปฏิเสธว่ามองไม่เห็นสายเคเบิล จึงไม่น่าเชื่อและหากความจริงจะเป็นดังที่ว่า ก็ย่อมแสดงให้เห็นถึงการขาดความระมัดระวังเท่าที่ควร จึงมิได้สังเกตเห็นวัตถุที่ทอดขวางอยู่ข้างหน้า หรืออาจเป็นเพราะความชะล่าใจว่าขาเข้าสามารถลอดผ่านไปได้ขากลับคงไม่เป็นไร ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวล้วนเป็นความประมาทเลินเล่อทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยต่างประมาทเลินเล่อด้วยกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงควรรับไปคนละส่วน ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์รับผิดแต่ลำพังฝ่ายเดียวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่งของจำนวนค่าเสียหาย 23,067 บาทเป็นเงิน 11,533.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงินดังกล่าวนับจากวันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นควรให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้