Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2027/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยได้หยุดกิจการชั่วคราวไม่มีคนอยู่ หากมีเรื่องต้องแจ้งแก่จำเลยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งไปยังที่อยู่แห่งใหม่ เป็นกรณีที่จำเลยประสงค์ถือเอาสถานที่ตามคำร้องเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลยในการดำเนินคดีนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 49เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องแจ้งการขายทอดตลาดไปยังภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลย การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการขายทอดตลาดให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดประกาศ ณ ภูมิลำเนาตามที่ปรากฏในทะเบียนหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททั้งที่ได้รับคำร้องแจ้งภูมิลำเนาเฉพาะการก่อนหน้านั้นแล้ว เป็นการแจ้งที่ไม่ชอบถือไม่ได้ว่ามีการแจ้งการขายทอดตลาดแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมที่ให้ร่วมกันชำระหนี้ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 คือห้องชุดเลขที่ 8 อาคารชุดชื่อเฮอริเทจทะเบียนอาคารชุดเลขที่ 2/2526 และขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 20มิถุนายน 2532 โดยนางวราภรณ์ โลหะพิบูลย์ เป็นผู้ซื้อได้ในราคา4,500,000 บาทจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่แจ้งคำโฆษณาบอกขายทอดตลาดให้จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีทราบ ถ้าจำเลยทั้งสามมีโอกาสทราบประกาศการขายทอดตลาดก็สามารถติดต่อผู้ที่เคยมาขอซื้อทรัพย์สินดังกล่าวในราคา6 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ทำให้จำเลยทั้งสามหลุดพ้นหนี้สินทั้งหมด เจ้าพนักงานบังคับคดีขายให้นางวราภรณ์

โลหะพิบูลย์ราคา 4,500,000 บาท จึงเป็นราคาต่ำไป จำเลยทั้งสามเพิ่งทราบว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อวันที่26 มิถุนายน 2532 ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไปโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งประกาศการขายทอดตลาดให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว โดยแจ้งไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เลขที่ 8/3 ถนนสุขุมวิท 8 (ซอยปรีดา) แขวงคลองเตยเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ราคาทรัพย์สินที่ขายก็เป็นราคาที่สมควร ขอให้ยกคำร้องผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการโดยถูกต้องและผู้ซื้อได้ชำระราคาครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสามศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสามว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่แจ้งการขายทอดตลาดให้จำเลยทั้งสามทราบและไม่ปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเปิดเผยณ สถานที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ จึงเป็นการดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมายสำหรับปัญหาแรกคู่ความรับกันตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2532 ว่าบริษัทจำเลยที่ 1 จดทะเบียนว่ามีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 8/3 สุขุมวิท 8 (ซอยปรีดา)ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งการขายทอดตลาดให้แก่จำเลยที่ 1โดยวิธีปิดประกาศ

ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน2532 และยังรับกันอีกว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2532 มีใจความสำคัญว่าเนื่องจากบริษัทจำเลยที่ 1 ได้หยุดกิจการชั่วคราวไม่มีคนอยู่หากมีเรื่องต้องแจ้งแก่จำเลยที่ 1 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งไปยังเลขที่ 18 อาคาร 6 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว เพราะจำเลยที่ 1 มีความประสงค์ถือเอาสถานที่ตามคำร้องเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลยที่ 1ในการดำเนินคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 49 เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงต้องแจ้งการขายทอดตลาดไปยังภูมิลำเนาเฉพาะการของจำเลยที่ 1 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการขายทอดตลาดให้แก่จำเลยที่ 1 โดยวิธีปิดประกาศ

ณ ภูมิลำเนาตามที่ปรากฏในทะเบียนหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ทั้งที่ได้รับคำร้องแจ้งภูมิลำเนาเฉพาะการก่อนหน้านั้นแล้ว จึงเป็นการแจ้งที่ไม่ชอบ ถือไม่ได้ว่ามีการแจ้งการขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 การขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบ ที่ศาลล่างทั้งสองถือว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้