Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ผู้ร้องขัดทรัพย์จะมีชื่อเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์พิพาท แต่ทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย เป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการควบคุมของเจ้าพนักงานเท่านั้น ผู้ร้องขัดทรัพย์มีภาระในการนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์พิพาทเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินให้โจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 81 - 2630 เลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปล่อยรถยนต์ที่ยึดไว้

โจทก์ให้การขอให้ยกคำร้องขอ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ว่า โจทก์หรือผู้ร้องขัดทรัพย์มีภาระการพิสูจน์ เห็นว่า การที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์พิพาทโดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ทำมาหาได้ร่วมกับจำเลย ซึ่งผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่ารถยนต์พิพาทเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว จึงขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอันเป็นคดีร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงมีฐานะเป็นโจทก์ในชั้นร้องขัดทรัพย์ และโจทก์เดิมมีฐานะเป็นผู้คัดค้านแม้ผู้ร้องขัดทรัพย์จะมีชื่อเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์พิพาทแต่ทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่หลักฐานแห่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย เป็นเพียงหลักฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการควบคุมของเจ้าพนักงานเท่านั้น แต่โจทก์ให้การว่า

รถยนต์พิพาทเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ทำมาหาได้ร่วมกันในขณะที่อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลย เพื่อประกอบธุรกิจขนดินและหินขายและรับเหมา เพียงแต่จำเลยได้ใส่ชื่อผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์พิพาทแทนเอาไว้ก่อน เนื่องจากจำเลยอ้างว่ามีหนี้สินเกรงว่าจะมีปัญหาหากถูกฟ้องคดี เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่ารถยนต์พิพาทเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ ข้อเท็จจริงจึงยังไม่เป็นที่ยุติว่ารถยนต์พิพาทเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์หรือของโจทก์ร่วมกับจำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงต้องมีภาระในการนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์พิพาทเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า รถยนต์พิพาทเป็นทรัพย์สินของผู้ร้องขัดทรัพย์หรือไม่ ซึ่งผู้ร้องขัดทรัพย์คงมีเพียงนายไพบูลย์

ผู้รับมอบอำนาจผู้ร้องขัดทรัพย์เบิกความว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์เป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาทโดยใช้เงินที่ได้จากการขายที่นาเพื่อนำไปใช้ในธุรกิจของผู้ร้องขัดทรัพย์ โดยจำเลยมิได้เกี่ยวข้องกับรถยนต์พิพาท ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบอ้างว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์นำรถยนต์พิพาทมาใช้ในทางเกษตรและรับจ้างทั่วไป โดยให้นายวิรัตน์ น้องชายของจำเลยเป็นผู้ดำเนินการแทน โจทก์นำสืบว่า ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยมาตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปี 2554 โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2546 มีบุตรด้วยกัน 1 คน ปัจจุบันอายุ 12 ปี เมื่อปี 2549 จำเลยซื้อรถแบ็คโฮ 1 คัน รถสิบล้อ 2 คัน และรถไถนา 1 คัน โดยจำเลยใช้รถที่ซื้อมารับจ้างถมดินและขุดคลอง โดยโจทก์ดูแลงานบ้านและคนงาน

มีนายวิรัตน์ น้องชายของจำเลยมาช่วยงานและปี 2553 นายคำจันทร์ พี่ชายของจำเลยก็มาช่วยงานด้วย จำเลยใช้เงินที่ได้จากการรับจ้างขุดถมดินไปซื้อรถยนต์พิพาทร่วมกับนายวิรัตน์ โดยนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของผู้ร้องไปจดทะเบียนในการซื้อรถยนต์พิพาทแทน ซึ่งขณะนั้นผู้ร้องขัดทรัพย์อายุ 80 ปี แล้ว ไม่ได้ร่วมไปซื้อรถยนต์พิพาทด้วยโดยอยู่กับโจทก์ที่บ้าน เงินที่นำไปซื้อรถยนต์พิพาทเป็นเงินที่จำเลยทำมาหาได้ร่วมกับโจทก์ เห็นว่า ผู้ร้องขัดทรัพย์นำสืบกล่าวอ้างแบบลอย ๆ ว่าเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาทในราคาประมาณ 700,000 บาท และนำสืบว่านำมาใช้ทำงาน และนำรถยนต์พิพาทรับจ้างทั่วไป ไม่ระบุให้ชัดเจนว่า ซื้อรถยนต์พิพาทจากผู้ใด ในราคาเท่าใดและนำรถยนต์ไปใช้ทำอะไรบ้าง

ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าให้นายวิรัตน์เป็นผู้ดำเนินการแทน แต่ก็ไม่นำนายวิรัตน์ ซึ่งเป็นน้องชายจำเลยและเป็นบุตรของผู้ร้องขัดทรัพย์มาเบิกความ โดยอ้างว่านายวิรัตน์เป็นผู้ควบคุมการทำงานที่หน้างานไม่สามารถนำมาเบิกความเป็นพยานได้ เพราะจะทำให้งานหยุดชะงัก ข้ออ้างดังกล่าวของผู้รับมอบอำนาจผู้ร้องขัดทรัพย์จึงฟังไม่ขึ้น โจทก์นำสืบว่า จำเลยเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาทและจำเลยยังซื้อรถแบ็คโฮ 1 คัน รถบรรทุก 10 ล้อ 2 คัน และรถไถนา 1 คัน จำเลยนำรถที่ซื้อมาไปทำงานรับจ้างถมดิน ขุดคลองมีนายวิรัตน์น้องชายและนายคำจันทร์พี่ชายของจำเลยมาร่วมทำงานกับจำเลย โจทก์เป็นคนเก็บรวมรวมบิลเงินเชื่อค่าน้ำมันรถ ระบุชื่อจำเลยในฐานะเป็นคนชำระเงิน โดยนายคำจันทร์เป็นผู้ขับรถไปเติมน้ำมัน จึงมีลายมือชื่อนายคำจันทร์เป็นผู้รับของ

เห็นว่า นายคำจันทร์ นายวิรัตน์ เป็นพี่ชาย น้องชายจำเลยและเป็นบุตรของผู้ร้องขัดทรัพย์ ผู้ร้องขัดทรัพย์สามารถอ้างเป็นพยานผู้ร้องขัดทรัพย์ และสามารถนำตัวมาเบิกความได้สะดวก แต่ผู้ร้องขัดทรัพย์ก็ไม่นำมาเบิกความ พยานหลักฐานของผู้ร้องขัดทรัพย์จึงมีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือพยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังได้ว่า เงินที่นำไปซื้อรถยนต์พิพาท เป็นเงินที่จำเลยทำมาหาได้ร่วมกับโจทก์ และนำรถยนต์พิพาทไปใช้ในกิจการของจำเลยตามที่โจทก์เบิกความ พยานหลักฐานของผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ดีกว่าพยานหลักฐานโจทก์ คดีจึงไม่อาจรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาทที่แท้จริง ผู้ร้องขัดทรัพย์ย่อมไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยรถยนต์พิพาท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องขอมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องขัดทรัพย์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · พิศล พิรุณ · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสกลนคร - นางสาวอุษา พิพัฒน์บรรณกิจ
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางสาวรัตนา กิตติพิบูลย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยชพ.141/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ข1/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ข2/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้