Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขับรถยนต์ทางตรงผ่านทางแยกทางร่วมเร็วกว่ากำหนด ชนกับรถของจำเลยที่ขับเลี้ยวยื่นล้ำเข้าไปในทางรถของโจทก์1 เมตร ศาลให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ลดลง 2 ใน 5 มารดาโจทก์เป็นโรคอยู่ก่อนแต่ตายเพราะรถชนกันโดยจำเลยละเมิด จำเลยต้องรับผิด ค่าส่งศพกลับคืนไปประเทศภูมิลำเนาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการปลงศพ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2 และ 5 ใช้ค่าสินไหมแก่โจทก์ 82,256.25 บาทกับดอกเบี้ย จำเลยที่ 5 รับผิดร่วม 50,000บาทตามกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามเอกสารหมาย ล.1ว่า อัยการศาลทหารกรุงเทพได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาว่าขับรถโดยประมาทตัดหน้ารถของโจทก์ เป็นเหตุให้นางคาโรไลน์ มอมเมอร์ มารดาของโจทก์ซึ่งโดยสารรถโจทก์มาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงแก่ความตาย คดีถึงที่สุดโดยศาลทหารสูงสุดพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุกสองปีปรากฏตามคำพิพากษาศาลทหารสูงสุดที่ 39/2519 พยานหลักฐานที่นำสืบมาในคดีนี้ก็ได้ความเช่นเดียวกับในคดีอาญาดังกล่าวแล้วที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

โจทก์เป็นฝ่ายประมาทมากกว่าจำเลยที่ 1 นั้นศาลฎีกาเห็นว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกทางเข้าบ้านพักพนักงานรถไฟ และแยกหอวังตัดกับถนนสายกรุงเทพ - สระบุรี โจทก์ขับรถจากดอนเมืองโดยวิ่งในช่องทางขวาชิดเกาะกลางถนน ซึ่งวิ่งมาในทางตรง มีรถของจำเลยวิ่งเลี้ยวเข้ามาที่ช่องว่างระหว่างเกาะกลางถนน ตัดหน้ารถโจทก์หัวรถล้ำเข้าไปในถนนขวางทางตรงในเส้นทางของโจทก์ประมาณ 1 เมตร จึงเกิดชนกันขึ้น การที่จำเลยขับรถยื่นล้ำเข้าไปในทางวิ่งของรถทางตรงโดยไม่ระมัดระวังให้รถทางตรงผ่านพ้นไปเสียก่อนนั้น นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รถเกิดชนกันในครั้งนี้ แม้ว่าที่เกิดเหตุจะเป็นทางแยกทางร่วม ซึ่งมีป้ายกำหนดให้รถทางตรงวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และโจทก์ขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งนับว่าเป็นความประมาทของโจทก์อยู่ด้วยก็ตาม

ก็ยังนับได้ว่าอุบัติเหตุรถชนกันในครั้งนี้เป็นผลจากความประมาทของจำเลยที่ 1 อยู่นั่นเอง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 1 มีส่วนแห่งความประมาทด้วยกันทั้งคู่ และกำหนดให้โจทก์ได้รับค่าสินไหมทดแทนลดลง 2 ใน 5 ส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 ประกอบด้วยมาตรา 223 นั้นเป็นการสมควรแก่กรณีแล้วที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ขับรถไปนอกทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2นั้น คดีก็ได้ความตามคำของนายสุทิน ศิริประเสริฐ พยานจำเลยเองว่าจำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ 2 และได้รับคำสั่งจากนายสุทิน ศิริประเสริฐ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งของห้างจำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถไปขนน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันศิวะเนรมิต ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ แล้วไปเกิดชนกันขึ้นเช่นนี้ จำเลยที่ 2 จะเถียงว่านอกทางการที่จ้างของตนหาได้ไม่ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า นางคาโรไลน์มอมเมอร์ มารดาของโจทก์ที่ตายได้ป่วยเป็นโรคอื่นมาก่อนแล้วนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้นางคาโรไลน์มอมเมอร์จะมีโรคอื่นมาก่อน แต่เมื่อมาตายเพราะรถชนกันอันเป็นผลจากการละเมิดของจำเลย จำเลยก็ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดนั้นที่จำเลยที่ 2 ฎีกาในเรื่องค่าสินไหมทดแทนว่า ค่าจ้างพยาบาลพิเศษเป็นค่ารักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็นนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คนไข้ที่รับการผ่าตัดและมีอาการหนักย่อมต้องมีพยาบาลดูแลเป็นพิเศษ จะว่าไม่จำเป็นหาได้ไม่ ค่าขนส่งศพกลับภูมิลำเนาของผู้ตายที่ประเทศเยอรมันก็นับว่าเป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นอันเกี่ยวเนื่องกับค่าปลงศพเช่นเดียวกัน รวมทั้งค่าสินไหมทดแทนในการที่โจทก์ไม่ได้ใช้รถ ซึ่งศาลล่างทั้งสองกะประมาณให้วันละ 60 บาทนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการสมควรแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2538 (เลขอ้างอิง 1782)

ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยาน ศ. เพิ่มเติมหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จโดยอ้างว่า ศ. เป็นบุคคลที่นั่งไปในรถยนต์ของจำเลยขณะเกิดเหตุด้วยนั้นหากเป็นความจริงจำเลยก็อาจทราบได้ตั้งแต่หลังจากเกิดเหตุและก่อนถูกฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 26732)

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาททับขาโจทก์ที่ 3 แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตรวจแล้วมีความเห็นว่าต้องตัดขาทั้งสองข้างโจทก์ที่ 3 ไม่ยอมให้ตัด ได้ออกจากโรงพยาบาลไปรักษาหมอกระดูกทางไสยศาสตร์อยู่ประมาณ 1 เดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 104959)

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาททับขาโจทก์ที่ 3 แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าตรวจแล้วมีความเห็นว่าต้องตัดขาทั้งสองข้างโจทก์ที่ 3 ไม่ยอมให้ตัด ได้ออกจากโรงพยาบาลไปรักษาหมอกระดูกทางไสยศาสตร์อยู่ประมาณ 1 เดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2628/2526

ด. มีขาลีบเวลาเดินต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันแต่ ด. มีอาชีพคุมงานก่อสร้างต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปคุมงานทุกวัน แสดงว่า ด.มีความสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ การที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีใบอนุญาตขับขี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5439/2561

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของโจทก์และจำเลยที่เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายกระทำไปนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่จำเลยเป็นเพียงก่อให้เกิดบัญชีเงินฝากที่ไม่ถูกต้องด้วยความประมาทเลินเล่อ แต่การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้