Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนจำเลยที่2คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยอ้างว่าจำเลยที่2เป็นผู้เช่าที่ดินจากจำเลยที่1คดีนี้เพื่อประกอบเกษตรกรรมต่อมาจำเลยที่1ได้ขายที่ดินให้แก่โจทก์โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยที่2เช่าที่ดินทำกสิกรรมอยู่และจำเลยที่1มิได้แจ้งให้จำเลยที่2ทราบก่อนทำให้จำเลยที่2ขาดโอกาสที่จะซื้อที่ดินได้ก่อนตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524ขอให้บังคับโจทก์โอนขายที่ดินแก่จำเลยที่2ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีก่อนจึงมีว่าจำเลยที่2เป็นผู้เช่าที่ดินจากจำเลยที่1และมีสิทธิที่จะซื้อที่ดินก่อนโจทก์หรือไม่ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่1และที่2ได้สมคบร่วมกันฉ้อฉลโจทก์โดยจำเลยที่1ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินที่จำเลยที่1ขายให้โจทก์ไม่ได้ให้เช่าและจำเลยที่2และจำเลยที่1กับโจทก์ได้ตกลงกันให้โจทก์จ่ายค่าตอบแทนแก่จำเลยที่2ในการออกจากที่ดินเป็นเหตุให้โจทก์ตกลงซื้อที่ดินจากจำเลยที่1และชำระค่าตอบแทนแก่จำเลยที่2ไปภายหลังจำเลยที่1กลับให้ถ้อยคำเท็จต่อกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลว่าจำเลยที่2เป็นผู้เช่าที่ดินดังกล่าวเป็นเหตุคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำจังหวัดมีมติให้โจทก์ขายที่ดินแก่จำเลยที่2และต่อมาศาลพิพากษาบังคับโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่โจทก์หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใดซึ่งต่างกับประเด็นในคดีก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์อุทธรณ์และฎีกาเพียงขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีเป็นการอุทธรณ์และฎีกาที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาเพียง200บาทตามตาราง1ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(2)(ก)แต่โจทก์เสียมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2526 จำเลยที่ 1ได้ตกลงขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 ในโฉนดเลขที่ 2169ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ประมาณ20 ไร่ ให้แก่โจทก์ในราคาไร่ละ 30,000 บาท กำหนดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในวันที่ 30 มิถุนายน 2526 ในเวลาที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันนั้น จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหลานของจำเลยที่ 1และนางหนู แก้วดวงเล็ก มารดาจำเลยที่ 2 พี่สาวจำเลยที่ 1ซึ่งอยู่ในที่ดินมรดกของนางเฮียงในส่วนที่จำเลยที่ 1ตกลงขายให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 กับโจทก์ได้ตกลงกันว่า ให้โจทก์จ่ายค่าตอบแทนแก่นางหนูเป็นเงิน 30,000 บาท และแก่จำเลยที่ 2เป็นเงิน 40,000 บาท เป็นการตอบแทนแก่จำเลยที่ 2และนางหนูในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยตกลงจะออกจากที่ดินในส่วนที่จำเลยที่ 1 ขายให้แก่โจทก์

ครั้นถึงกำหนดจำเลยที่ 1 ได้เลื่อนการจดทะเบียนที่ดิน เนื่องจากการแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมไม่เสร็จ เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกของนางเฮียงมารดาจำเลยที่ 1 ซึ่งตกทอดมายังจำเลยที่ 1 และทายาทอื่นรวมทั้งนางหนูมารดาจำเลยที่ 2 ด้วย ต่อมาโฉนดที่แบ่งแยกออกมาใหม่คือโฉนดเลขที่ 10561 ตำบลท่าเสาอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เนื้อที่ 16 ไร่ 3 งาน3 9/10 ตารางวา ครั้นวันที่ 7 มิถุนายน 2527 โจทก์กับจำเลยที่ 1ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ซื้อขายกัน โจทก์จึงชำระเงินค่าตอบแทนแก่นางหนูและจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 70,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเงินในฐานะตัวแทนของนางหนูและจำเลยที่ 2 ในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกันนั้นจำเลยที่ 1 ได้แจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินที่ขายให้แก่โจทก์ไม่ได้ให้เช่า ซึ่งหมายความว่าที่ดินดังกล่าวจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้นางหนูและจำเลยที่ 2 เช่า

หากไม่มีการตกลงกันในเรื่องค่าตอบแทนให้แก่นางหนูและจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1ไม่แจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า ที่ดินที่ซื้อขายไม่มีผู้เช่า โจทก์จะไม่ซื้อที่ดินดังกล่าวเมื่อได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ก็ยังครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 10561 อยู่ ไม่ยอมส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่โจทก์ ทั้งจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังสมคบกันหาทางเอาที่ดินคืนเนื่องจากราคาที่ดินสูงขึ้น โดยจำเลยที่ 2 ได้แจ้งแก่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกระทุ่มแบนว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าที่ดินที่จำเลยที่ 1 ขายให้แก่โจทก์จำเลยที่ 2 มีสิทธิที่จะซื้อที่ดินก่อน คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกระทุ่มแบน

สอบสวนแล้วมีมติไม่ให้จำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินจากโจทก์จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครมีมติให้โจทก์ขายที่ดินที่โจทก์ซื้อจากจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2ในราคา 200,000 บาท ตามที่แจ้งในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ขายที่ดิน เหตุที่คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครมีมติให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิซื้อที่ดิน เนื่องจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบร่วมกันฉ้อฉลโจทก์โดยทำสัญญาเช่าที่ดินที่ขายให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่าที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1กับที่ 2 ซึ่งทำขึ้นวันที่ 1 มกราคม 2527 ตามเอกสารท้ายฟ้องอันเป็นวันหลังจากที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายกันแล้วและเป็นการขัดกับที่จำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินที่ขายให้แก่โจทก์ไม่ได้ให้เช่า

นอกจากนี้จำเลยที่ 1ยังแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อนายประพัฒน์ ประจันตเสนปลัดอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครในฐานะเจ้าพนักงานผู้เป็นคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกระทุ่มแบนว่า ที่จำเลยที่ 1 รับเงินจากโจทก์จำนวน 70,000 บาทนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับในฐานะเป็นตัวแทนของนางหนูและจำเลยที่ 2เป็นผลให้คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครลงมติให้จำเลยที่ 2 มีสิทธิซื้อที่ดินจากโจทก์แล้วจำเลยที่ 2 อ้างมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครฟ้องบังคับให้โจทก์ขายที่ดินแก่จำเลยที่ 2 ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ขายที่ดินโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 237/2529 ของศาลชั้นต้นการกระทำของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ราคาที่ดินพิพาทในขณะฟ้องไร่ละ 1,500,000 บาท คิดเป็นค่าเสียหาย25,140,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบการครอบครองและให้โจทก์ได้รับกรรมสิทธิ์โดยเด็ดขาดในที่ดินโฉนดเลขที่ 10561ตำบลท่าเสา อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร หากจำเลยทั้งสองไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 25,140,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ในวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์ โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้เช่าจึงมีการจ่ายเงินทดแทนให้แก่จำเลยที่ 2 ด้วย การที่โจทก์ไม่เรียกจำเลยที่ 1 เข้าไปเป็นคู่ความในคดีที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 ฟ้องบังคับให้โจทก์ขายที่ดินพิพาทเป็นความผิดของโจทก์เอง

จำเลยที่ 1 สามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ว่าที่ดินพิพาทไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์จึงไม่มีอำนาจมาฟ้องจำเลยที่ 1ให้รับผิดเป็นคดีนี้ ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมการที่โจทก์ต้องโอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 นั้นโจทก์ได้รับชำระราคาจากจำเลยที่ 2 โจทก์มิได้เสียสิทธิโดยไม่ได้รับชำระราคาที่ดินคืนโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลยที่ 1ในกรณีที่โจทก์เสียหายก็เสียหายเพียงดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 480,000 บาท นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปเท่านั้น ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การศาลชั้นต้นเห็นว่า

คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดการไต่สวนคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ได้นัดไว้และงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่237/2529 ของศาลชั้นต้น ซึ่งถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์โอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 เนื่องจากจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 เจ้าของตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 พิพากษายกฟ้องโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 237/2529 ของศาลชั้นต้นหรือไม่เห็นว่า คดีก่อนคือ คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 237/2529ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยอ้างว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 คดีนี้เพื่อประกอบเกษตรกรรม ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ทราบดีว่าจำเลยที่ 2 เช่าที่ดินพิพาททำกสิกรรมอยู่ และจำเลยที่ 1 มิได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบก่อน ทำให้จำเลยที่ 2ขาดโอกาสที่จะซื้อที่ดินพิพาทได้ก่อนตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ขอให้บังคับโจทก์โอนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 2 ตามราคาที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากจำเลยที่ 1ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีก่อนจึงมีว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และมีสิทธิที่จะซื้อที่ดินพิพาทก่อนโจทก์หรือไม่ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2ได้สมคบร่วมกันฉ้อฉลโจทก์ แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานและทำเอกสารเท็จ โดยจำเลยที่ 1 ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ 1 ขายให้โจทก์ ไม่ได้ให้เช่า และจำเลยที่ 2กับมารดาจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 กับโจทก์ได้ตกลงกันให้โจทก์จ่ายค่าตอบแทนแก่มารดาจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2ในการออกจากที่ดินพิพาท เป็นเหตุให้โจทก์ตกลงซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 และชำระค่าตอบแทนแก่จำเลยที่ 2 และมารดาจำเลยที่ 2 ไป ภายหลังจำเลยที่ 1 กลับให้ถ้อยคำเท็จต่อกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลกระทุ่มแบนว่า จำเลยที่ 2เป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทที่จำเลยที่ 1 ขายให้แก่โจทก์ เป็นเหตุให้คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดสมุทรสาครมีมติให้โจทก์ขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 2 และต่อมาศาลพิพากษาบังคับโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบการครอบครอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน25,140,000 บาท เท่าราคาในท้องตลาดของที่ดินพิพาทพร้อมดอกเบี้ยฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์และประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนี้มีว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด ซึ่งโจทก์ก็ได้มีคำขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์แล้วแม้โจทก์และจำเลยที่ 2 ในคดีนี้เป็นคู่ความรายเดียวกันกับคดีก่อนและโจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยทั้งสองส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ด้วยก็ตาม แต่ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีก่อนและคดีนี้เป็นคนละประเด็นกัน จึงมิใช่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยมาแล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนอนึ่ง โจทก์อุทธรณ์และฎีกาเพียงขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีเป็นการอุทธรณ์และฎีกาที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (2)(ก)แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ชั้นละ 200,100 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล นอกจากที่สั่งคืนให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · นิวัตน์ แก้วเกินเคน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้