Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ถอนทำลายต้นไม้อีกทั้งผู้เสียหายก็มิได้ไปดูแลที่ดินพิพาทเป็นประจำ และต้นไม้ที่ผู้เสียหายปลูกในที่ดินพิพาทเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก อายุเพียง6 เดือน หากต้นไม้ดังกล่าวต้องตายเพราะขาดการดูแลรดน้ำก่อนจำเลยบุกรุกเข้าไปก็เป็นได้ พยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ถอนทำลายต้นไม้ที่ผู้เสียหายปลูกไว้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 41 หมู่ที่ 12 ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานีของนางสาวสารี ผิวนวน ผู้เสียหายเพื่อถือการครอบครองโดยปรับพื้นดินทำเป็นลานนวดข้าว และทำลายต้นมะม่วง3 ต้น ต้นมะนาว 2 ต้น และต้นฝรั่ง 2 ต้นรวมราคา 350 บาท ของผู้เสียหายซึ่งเป็นกสิกร เหตุเกิดที่ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวยจังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 359,362, 365จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 359(4), 362 อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษจำเลยทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุก 2 เดือน

ฐานบุกรุก จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 3 เดือนไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้ลงโทษกักขัง 3 เดือน แทนโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ส่วนความผิดฐานบุกรุก ให้ปรับจำเลย 1,000 บาทอีกสถานหนึ่งโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยได้ถอนทำลายต้นไม้ที่ผู้เสียหายได้ปลูกไว้ในที่ดินพิพาทอันเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือไม่

โจทก์มีผู้เสียหาย และนายวิชัย ผิวนวน สามีของผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 6 เดือน ได้ปลูกต้นไม้รวม 7 ต้น ในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้เสียหาย 1 กิโลเมตรเศษต่อมาวันที่ 20พฤศจิกายน 2531 มีชาวบ้านบอกผู้เสียหายกับนายวิชัยว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินพิพาท ถอนเสารั้ว ถอนต้นไม้ และทำลานนวดข้าวนายวิชัยออกจากบ้านไปดูที่ดินพิพาท เห็นจำเลยกับพวกช่วยกันถากดินทำลานนวดข้าว แต่ไม่เห็นต้นไม้ที่ปลูกไว้ เห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่า จำเลยเป็นผู้ถอนทำลายต้นไม้ดังกล่าว ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปปรับที่ดินพิพาทส่วนที่ผู้เสียหายปลูกต้นไม้ไว้เป็นลานนวดข้าวจึงเป็นที่แน่ชัดว่าจำเลยจะต้องทำลายต้นไม้นั้น ตามแผนที่เกิดเหตุ

เอกสารหมาย จ.3 แผนที่พิพาทเอกสารหมาย ป.จ.อ.1 และภาพถ่ายที่เกิดเหตุหมาย จ.4 ปรากฏว่า จำเลยได้ขุดดินขึ้นมาถมท้องนาให้สูงขึ้นเพื่อทำลานนวดข้าวเป็นเนื้อที่ 64 ตารางวา ซึ่งจำต้องใช้เวลาหลายวันจึงสามารถกระทำการดังกล่าวได้การที่ผู้เสียหายเพิ่งทราบจากชาวบ้านว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปทำลานนวดข้าวหลังจากจำเลยได้กระทำการดังกล่าวแล้ว แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายไม่ได้ไปดูแลที่ดินพิพาทเป็นประจำ จึงไม่ทราบถึงการกระทำของจำเลยดังกล่าวก่อนหน้านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งต้นไม้ที่ผู้เสียหายปลูกในที่ดินพิพาทเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก มีอายุเพียง 6 เดือนหากต้นไม้ดังกล่าวต้องตายเพราะขาดการดูแลรดน้ำในช่วงก่อนเกิดเหตุซึ่งเป็นหน้าแล้งก็ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดา ดังนั้นต้นไม้ที่ผู้เสียหายปลูกไว้อาจตายไปเพราะขาดการดูแลรดน้ำก่อนจำเลยบุกรุกเข้าไปทำลานนวดข้าวก็ได้ พยานหลักฐานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ถอนทำลายต้นไม้ที่ผู้เสียหายได้ปลูกไว้จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ราเชนทร์ จัมปาสุต · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้