Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2463

พ.ศ. 2463 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กรรมการตรวจฎีกาโจทย์ อุทธรณคำพิพากษาศาล อุทธรณข้าหลวงพิเศษ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินตำบลบางพลับ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง โดยกล่าวว่าที่รายนี้เปนของนายสอนบิดาโจทย์จำเลย นายสอนได้ทำพินัยกรรมยกให้แก่โจทย์ บัดนี้นายสอนตายแล้ว จำเลยทำความรำคานต่าง ๆ โจทย์ไม่พอใจให้จำเลยอยู่ในที่รายนี้ต่อไป ฯ

จำเลยให้การต่อสู้ว่าพินัยกรรมที่โจทย์อ้างใช้ไม่ได้ตามกฎหมายจำเลยมีส่วนเปนเจ้าของปกครองอยู่ในที่รายนี้ โจทย์ไม่มีอำนาจขับไล่ ฯ ศาลจังหวัดอ่างทองพิจารณาเห็นว่า ที่รายนี้นายสอนผู้เปนเจ้าของได้ทำพินัยกรรมให้โจทย์โดยถูกต้อง พินัยกรรมที่โจทย์อ้างฟังได้ตามกฎหมาย จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลย แลให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมและค่าทนาย ๒๕ บาทแทนโจทย์ ฯ จำเลยอุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่าพินัยกรรมของนายสอนที่โจทย์อ้างยังไม่ควรฟังเปนหลักฐานตามกฎหมาย จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลเดิม แลยกฟ้องของโจทย์เสีย ให้โจทย์เสียค่าธรรมเนียมกับค่าทนาย ๓๕ บาทแทนจำเลย ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนแลประชุมปฤกษาเห็นว่าคดีนี้มีปัญหาที่เถียงกันอยู่ข้อเดียวว่า

พินัยกรรมของนายสอนที่โจทย์อ้างฟังได้ตามกฎหมายฤาไม่ ข้อที่จำเลยยกขึ้นคัดค้านพินัยกรรมนั้น คือ ว่าเวลาทำพินัยกรรมนายสอนเปนคนชรามีอายุราว ๘๐ ปี แลมีอาการหลงไหล จำเลยนำพยานสืบรวม ๆ ว่าระหว่างเดือนที่นายสอนทำพินัยกรรม นายสอนหลงแลสติไม่ดี แต่พยานจำเลยทุกคนก็รับว่าบางเวลานายสอนก็มีสติดี แลพยานจำเลยไม่มีสักปากเดียวที่อ้างว่าในขณะเวลาทำพินัยกรรมนายสอนไม่มีสติ ส่วนโจทย์ได้นำสืบพยานที่เปนผู้นั่งพินัยกรรมอันรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านแลพระสงฆ์รวม ๔ ปากเบิกความโดยแน่นอนว่า เวลาทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีนอกจากนี้ยังมีนายเปลื้องพยานซึ่งเปนบุตรนายสอน เปนน้องโจทย์จำเลย แลเปนผู้ไม่ได้ส่วนตามพินัยกรรมของนายสอนเหมือนกัน นายเปลื้องเบิกความสมโจทย์ว่า

เวลาทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีคำพยานโจทย์จำเลยดังนี้ กรรมการศาลฎีกาเห็นว่าคดีฟังได้โดยไม่มีสงสัย ว่าในขณะทำพินัยกรรมนายสอนมีสติดีไม่หลงไหลดังจำเลยอ้าง ความจริงพยานทั้งสองฝ่ายไม่ได้ขัดกันเลย ไม่จำเปนต้องยกเหตุผลอื่นอันไม่เกี่ยวแก่ประเด็นโดยตรงมาเปนข้อวินิจฉัยให้ยืดยาวที่ศาลจังหวัดอ่างทองพิพากษาคดีฟังตามพินัยกรรมของนายสอน แลให้ขับไล่จำเลยตามฟ้องโจทย์นั้นชอบด้วยทางพิจารณาแล้ว จึงพร้อมกันพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเสีย แลพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลจังหวัดอ่างทอง ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมกับค่าทนายทั้ง ๓ ศาลเปนเงิน ๑๐๐ บาท แทนโจทย์ ฯ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พระยาเทพวิทุร · พระยาเกษมศุขการี · พระยานครไภยพิเฉท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้