Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 20152)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังคำซัดทอดของผู้ที่กระทำความผิดด้วยกันหากศาลเห็นว่าพยานเช่นว่านั้นให้การซัดทอดชอบด้วยเหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นศาลก็มีอำนาจรับฟังคำซัดทอดนั้นประกอบการพิจารณาได้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุกสำนวนละ 4 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานรับของโจรด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องโจทก์ ได้มีคนร้ายลักเอารถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า คันหมายเลขทะเบียน6ฉ-1136 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทธนบรรณ จำกัด ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายพรชัยและนายพรเลิศ จรูญพรภักดี ผู้เสียหายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า คันหมายเลขทะเบียน 7ง-1850กรุงเทพมหานคร ของนายธีระพล ทรัพย์รุ่งโรจน์ ผู้เสียหายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า คันหมายเลขทะเบียน 2จ-4159กรุงเทพมหานคร ของนายวีระศักดิ์ เลิศวลีรัตน์ ผู้เสียหาย และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ คันหมายเลขทะเบียน 1ง-9841กรุงเทพมหานครของนายศักดา แซ่ตั้ง ผู้เสียหายไปโดยทุจริตต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2529 เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยได้ที่จังหวัดตาก และยึดรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปดังกล่าว

คดีมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานรับของโจรในคดีทั้งสี่สำนวนตามฟ้องหรือไม่ ข้อนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกสานิตย์ เตโช ซึ่งเป็นรองสารวัตรจราจรประจำสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือมาเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2529 พยานได้จับกุมนายวันชัย สกุลทหาร ในข้อหาลักรถจักรยานยนต์ของนายธีระพลทรัพย์รุ่งโรจน์ ผู้เสียหายนายวันชัยสารภาพว่าได้ลักรถของนายธีระพลผู้เสียหายไปจริง นอกจากนี้ยังลักรถจักรยานยนต์อีกหลายคัน รถจักรยานยนต์ที่ลักมาจะนำไปขายให้แก่นายประยูรจำเลยที่อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก พยานจึงให้นายวันชัยพาไปจับกุมจำเลย โดยได้ไปขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตาก

จังหวัดตาก ระหว่างทางที่จะไปบ้านจำเลยพบจำเลยขับรถยนต์กระบะสวนทางมา จึงจับกุมจำเลยนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตาก จำเลยรับว่าได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ทุกคันที่นายวันชัย สกุลทหาร นำไปขายให้ และพาพยานไปเอารถจักรยานยนต์ที่รับซื้อไว้จำนวน 7 คันจากป่าช้าวัดดอยมูล รุ่งขึ้นพาไปเอารถจักรยานยนต์ที่รับซื้อจำนวน 3 คันจากป่าแดง และในวันเดียวกันนั้นเองจำเลยพาพยานไปชี้รถจักรยานยนต์ที่รับซื้ออีก 2 คัน ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตาก โดยบอกว่าเป็นรถที่จำเลยขายให้คนอื่นแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดมา พยานจึงได้ควบคุมตัวจำเลยและนำรถจักรยานยนต์ที่ยึดได้จำนวน 12 คัน มามอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือเพื่อดำเนินการต่อไปและร้อยตำรวจตรีนิรันดร์

โรหิตาคนี พยานโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือเบิกความว่า เมื่อวันที่21 มีนาคม 2529 ร้อยตำรวจเอกสานิตย์ เตโช ได้จับกุมนายวันชัยสกุลทหาร โดยกล่าวหาว่า ลักรถจักรยานยนต์ของผู้อื่น จากการสอบสวนคดีที่นายวันชัยเป็นผู้ต้องหาได้ขยายผลของคดีว่านายวันชัยได้ลักรถจักรยานยนต์หลายคันรวมทั้งรถจักรยานยนต์ของนายวีระศักดิ์ผู้เสียหายด้วยต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2529ร้อยตำรวจเอกสานิตย์ได้ไปจับกุมจำเลยมาจากจังหวัดตากและยึดรถจักรยานยนต์มาเป็นของกลาง 12 คัน ชั้นสอบสวนพยานแจ้งข้อหานายวันชัยกับจำเลยว่าร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรนายวันชัยให้การรับสารภาพข้อหาลักทรัพย์โดยให้รายละเอียดว่า หลังจากลักรถไปแล้วได้นำไปขายให้แก่จำเลยส่วนจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจร

พยานได้บันทึกคำให้การของนายวันชัยและจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.19 และ จ.20 และพยานได้ทำบันทึกของกลางคดีอาญาว่า จำเลยรับซื้อรถจักรยานยนต์จากนายวันชัยไว้ตามเอกสารหมาย จ.21 นอกจากนี้โจทก์ยังมีร้อยตำรวจตรีรัฐศักดิ์ รักสลาม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือมาเป็นพยานเบิกความยืนยันว่าร้อยตำรวจเอกสานิตย์ เตโช จับกุมนายวันชัย สกุลทหาร ได้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2529 ชั้นสอบสวนนายวันชัยให้การรับสารภาพว่าได้ลักรถจักรยานยนต์ของนายธีระพลไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม2529 จากการสอบสวนได้ความขยายออกไปว่านายวันชัยได้ลักรถจักรยานยนต์อีกหลายคันในเขตท้องที่บางยี่เรือ เมื่อลักรถแล้วได้นำไปขายให้แก่นายประยูร ดิบดี จำเลยที่จังหวัดตากร้อยตำรวจเอกสานิตย์ได้ควบคุมตัวนายวันชัยไปจังหวัดตาก และจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งยึดรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ 12 คันพยานตั้งข้อหานายวันชัย และจำเลยว่าร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร

นายวันชัยให้การรับสารภาพว่าลักทรัพย์ ส่วนจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหารับของโจรทั้งสองครั้ง พยานได้ทำบันทึกคำให้การของจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.29 และ จ.30 เห็นว่าร้อยตำรวจเอกสานิตย์ ร้อยตำรวจตรีนิรันดร์ และร้อยตำรวจตรีรัฐศักดิ์พยานโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือไม่เคยรู้จักกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลย เชื่อว่าพยานโจทก์เหล่านั้นเบิกความตามความจริง เหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยซึ่งอยู่ที่จังหวัดตากได้ก็เนื่องจากนายวันชัยคนร้ายที่ลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายนำไปขายให้แก่จำเลยที่จังหวัดตากได้ให้การซัดทอดถึงจำเลยว่าเป็นผู้ที่รับซื้อรถจักรยานยนต์จากตน

แม้จะเป็นคำซัดทอดของผู้ที่กระทำความผิดด้วยกันก็ตาม ก็ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายห้ามมิให้รับฟังพยานเช่นว่านั้นแต่อย่างไร หากศาลเห็นว่าพยานาเช่นว่านั้นให้การซัดทอบชอบด้วยเหตุผลพอให้รับฟังว่าเป็นความจริงที่เกิดขึ้นศาลก็มีอำนาจรับฟังคำซัดทอดนั้นประกอบการพิจารณาได้ สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยได้ จำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าได้รับซื้อรถจักรยานยนต์ไว้จากนายวันชัยจริง และยังได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอารถจักรยานยนต์ที่จำเลยนำไปซุกซ่อนไว้ที่ซึ่งผู้อื่นไม่อาจทราบได้นอกจากจำเลยซึ่งเป็นผู้นำไปซุกซ่อนเท่านั้นที่สามารถนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอารถจักรยานยนต์ของกลางได้ ซึ่งข้อนี้ก็ได้ความจากคำเบิกความของพันตำรวจตรีบุญธรรม

สิทธิวงษ์ พยานจำเลยซึ่งเป็นสารวัตรปกครองป้องกันประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตากว่า วันจับกุมจำเลยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรุงเทพ ฯ 6-7 คน มาขอความร่วมมือในการจับกุมพยานจึงร่วมไปจับกุมจำเลยด้วย พยานนำไป พบจำเลยจึงแจ้งให้พนักงานสอบสวนที่มาจากกรุงเทพ ฯเข้าจับกุม จากนั้นนำไปที่อู่ซ่อมรถของจำเลยและไปค้นบ้านภริยาจำเลย ต่อมาในช่วงบ่ายได้พากันไปที่ป่าช้าอยู่ในตำบลตากออก อำเภอบ้านตาก พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่หลังศาลาในป่าช้า มองจากถนนจะไม่เห็นรถเพราะเป็นป่ารกและเป็นหลังเนินดินกับมีศาลาบังอยู่ จึงได้นำรถส่งสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตากวันรุ่งขึ้นไปตรวจยึดรถอีก 3คัน พยานไปด้วย จำเลยก็ไป รถจอดอยู่ในป่าภูเขาลึกจากทางเข้าไปมาก และพันตำรวจตรีอัจฉริยะ

แก้วจินดา พยานจำเลยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลบางยี่เรือ ซึ่งร่วมไปกับร้อยตำรวจเอกสานิตย์เพื่อจับกุมจำเลยเบิกความตอบอัยการโจทก์ถามคัดค้านว่าสภาพป่าช้าที่พยานเห็นมีต้นหญ้าขึ้นรก ไม่มีคนสัญจรไปมา ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านตากพยานสอบถามจำเลยจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้รับของโจร ไม่มีการบังคับ คดีมีเหตุมีผลเชื่อว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจตามความสัตย์จริง และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเอารถจักรยานยนต์ของกลางที่ซุกซ่อนไว้ได้จำนวน 10 คัน และยังชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองตาก อีก 2 คัน พยานโจทก์มีน้ำหนักและหลักฐานมั่นคง พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ คดีฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานรับของโจรตามฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำนวนจริงที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดฐานรับของโจรทั้งสี่สำนวนนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ทั้งสี่สำนวนฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสี่สำนวนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้