Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2014/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช็คซึ่งลงแต่วันที่ มิได้ลงเดือนปีที่สั่งจ่าย เป็นเช็คที่มีรายการไม่ครบตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 988 บัญญัติไว้ และเป็นตั๋วเงินที่มีรายการขาดตกบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 จึงมิใช่เช็ค ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังเช็คดังกล่าวจึงไม่ต้องรับผิดตามเนื้อความแห่งเช็คนั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามนำเช็คมาแลกเงินสดจากโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้สลักหลัง ลงวันที่สั่งจ่าย 25 ต่อมาโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 แจ้งว่า ตามที่ลงวันที่ในเช็คว่า 25 นั้น โจทก์ขอถือเอาวันที่ 25 มิถุนายน 2516 และเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2516 โจทก์ได้นำเช็คไปเข้าบัญชีโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้ติดต่อผู้สั่งจ่าย ขอศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินตามเช็คจำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยนำเช็คไปแลกเงินกับโจทก์ ความจริงนำไปแลกเงินจากนายบุ่นทัดโดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 เซ็นรับรองว่าเป็นเช็คของจำเลยที่ 1 จริง ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ชำระเงินให้นายบุ่นทัดแล้ว แต่นายบุ่นทัดไม่คืนเช็คให้โจทก์คิดฉ้อโกงจำเลยจึงนำเช็คดังกล่าวมาฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันให้การว่า

ไม่เคยนำเช็คไปแลกเงินกับโจทก์ทั้งมิได้เป็นผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้ การสลักหลังเช็คก็เพื่อรับรองว่าเป็นเช็คของจำเลยที่ 1 จริง หากจะฟังว่าเป็นการค้ำประกันจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็หลุดพ้นจากความรับผิดแล้ว เพราะหนี้รายนี้มีกำหนดแน่นอน โจทก์ย่อมผ่อนเวลาชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 ตลอดมาโดยไม่เคยแจ้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทราบเพื่อชำระหนี้รายนี้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็ค จำเลยจะอ้างข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันระหว่างจำเลยกับนายบุ่นทัดอันเป็นผู้ทรงคนก่อนไม่ได้ แต่เช็คตามฟ้องลงวันที่ 25 เท่านั้น ไม่มีเดือนและปี เป็นเช็คไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 988 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นโมฆะ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142(5) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดตามเนื้อความแห่งเช็คนั้น พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คโดยจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 เป็นผู้ลงชื่อสลักหลังเช็คดังกล่าวซึ่งมิได้ลงเดือนปีที่สั่งจ่าย เพียงแต่ลงวันที่เท่านั้น โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็ค และหลังจากนำเช็คไปขึ้นเงินแล้ว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ลงแต่วันที่สั่งจ่ายโดยมิได้ลงเดือนปีที่สั่งจ่าย

แม้โจทก์จะมีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2516 และวันที่ 17 มิถุนายน2516 แจ้งว่าตามที่จำเลยที่ 1 ลงวันที่ในเช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวเพียงวันที่ 25นั้น โจทก์ขอถือเอาเป็นวันที่ 25 มิถุนายน 2516 ก็ตาม ก็ไม่อาจรับฟังได้เพราะเช็คทั้งสองฉบับมีรายการไม่ครบตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 988 บัญญัติไว้ และเป็นตั๋วเงินที่มีรายการขาดตกบกพร่องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 จึงมิใช่เช็ค ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการที่จำเลยที่ 1 นำเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 ไปแลกเงินมาจากโจทก์จึงมีมูลหนี้ต่อกันอยู่ เมื่อโจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่คืนเงินให้ จึงตกเป็นฝ่ายผิดนัดต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์นั้นยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาเพราะโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค

ไม่ใช่ฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ตามมูลหนี้เดิมฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น และเมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดตามฟ้องแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ว่าจะต้องให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 รับผิดชอบด้วยหากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้